Home    Forum   Gallery Help Login Register  
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length


 

lumpoo_khao-wang14
Neophuket_Panyee
dePooH_I1
Lunatix_Lanscape_Art14
2b_Fast
uncleBE_Freedom
superb_Ice
KHUNHORM_001

Pages: [1]   Go Down
Print
Topic: Robert Doisneau ............ บันทึกโลกในสิ่งที่เชื่อและอยากให้โลกใบนี้เป็น  (Read 641 times)
« on: December 18, 2007, 10:57:59 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album



.


Robert Doisneau:

“One should take a photo only when one feels full of love for one’s follow-man.”

เขียนโดย ศุภชัย เกศการุณกุล



ปารีสเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครเป็นคนบอก ผมไม่อาจทราบได้ แม้ว่าความจริงแล้วปารีสเป็นเมืองที่สกปรกเมืองหนึ่ง ทางเท้าเต็มไปด้วยอึหมา ตามถนน ตรอก ซอกซอย เหม็นฉี่ฉุนจนอยากจะวิ่งหนีไปไกลๆ คนขับรถมารยาททราม ชอบบีบแตร หรือไม่ก็จอดรถถามทางอย่างไม่เกรงใจใคร ในเมโทรเต็มไปด้วยคนจรจัดขี้เมา แต่แม้ว่าสภาพความเป็นจริงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็เห็นด้วยว่าปารีสเป็นเมืองที่สวยและโรแมนติกเหมือนใครบางคนว่าเอาไว้ อาจเป็นเพราะในอีกด้านหนึ่ง ชาวปารีเซียงชอบแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผย พวกเขาถกเถียงกัน แสดงความรักต่อกันในที่สาธารณะอย่างไม่ปิดบัง อาจเป็นเพราะสถาปัตยกรรมของเมืองที่เก่าแก่มีมนต์ขลัง อาจเป็นเพราะศิลปะที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ หรืออาจเป็นเพราะความละเมียดละไมของวัฒนธรรม


กล่าวสำหรับศิลปะภาพถ่าย สิ่งหนึ่งที่ตกค้างในความทรงจำของผม และแสดงตัวขึ้นมาเสมอๆ เมื่อนึกถึงปารีส ความโรแมนติก และความถวิลหาอดีต (nostalgia) คือภาพถ่ายขาวดำจำนวนหนึ่งของช่างภาพชื่อ โรแบร์ต ดัวส์โน (Robert Doisneau, 1912-1994) โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายซีรีย์ Kisses (1950) ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Life ภาพหนึ่งในซีรีย์นี้ชื่อ Le Baiser de l’Hôtel de Ville เป็นภาพที่โด่งดังที่สุดของเขา และอาจเป็นภาพถ่ายที่ทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองหลวงของความโรแมนติก


โรแบร์ต ดัวส์โน เป็นช่างภาพชาวฝรั่งเศสรุ่นราวคราวเดียวกับ Henri Cartier-Bresson และ Willy Ronis ช่างภาพชาวฝรั่งเศสขวัญใจผม พวกเขาประสบชะตากรรมคล้ายๆ กัน และสร้างสมประสบการณ์คล้ายๆ กัน แต่พวกเขามีแนวทางของตัวเองที่ชัดเจน ดัวส์โนกับโรนีสอาจมีความคล้ายคลึงกัน เพราะทั้งสองคนเป็นช่างภาพที่คลุกคลีอยู่กับชีวิตชาวปารีเซียงผู้หาเช้ากินค่ำ กรรมกร อาศัยอยู่แถวชานเมือง ในอดีต ผลงานของเขาถูกปรามาสจากนักวิจารณ์ศิลปะว่าเป็นภาพถ่ายที่ค่อนข้างธรรมดา ไม่ถูกให้ความสำคัญเทียบเท่ากับผลงานของ การ์ตีเยร์-เบรสซง อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ผลงานของช่างภาพทั้งสามถูกยกย่องอย่างสูง


ดัวส์โนเป็นชาวปารีสโดยกำเนิด เขาเกิด เติบโต สร้างผลงาน สร้างชีวิต สร้างครอบครัว และตายอยู่ที่ชานเมืองปารีส ผลงานถ่ายภาพของเขาจึงเป็นเหมือนอัตชีวประวัติของตัวเองที่ผูกพันธ์กับเมืองแห่งนี้ เขาร่ำเรียนศิลปะการออกแบบตัวอักษร และเข้าทำงานที่บริษัทกราฟิกแห่งหนึ่ง แต่ชะตากรรมของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเพื่อนของเขาแนะนำให้รู้จักกับกล้องถ่ายภาพ ไม่ช้าไม่นานหลังจากเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้น ดัวส์โนยืมกล้องจากเพื่อนของเขา และออกไปถ่ายภาพบนถนนของกรุงปารีส ในเวลานั้นเป็นช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง มันเป็นช่วงที่เขาได้สัมผัสกับการผจญภัยครั้งสำคัญที่ทำให้เขาค้นพบความมีเสน่ห์ของปารีส และเสน่ห์ของเพื่อนร่วมประเทศของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทำงานรายได้น้อยและกรรมกร




* Robert Doisneau, 1982 by Henri Cartier-Bresson.jpg (49 KB, 300x444 - viewed 360 times.)

* Le Baisser de l’Hotel de Ville, Paris 4e, 1950.jpg (45.08 KB, 350x331 - viewed 393 times.)

* Rue Lepic, Paris 18e, 1969.jpg (70.5 KB, 320x484 - viewed 360 times.)

* La maison de Carton, Paris, 1957.jpg (54.28 KB, 320x339 - viewed 358 times.)

* Canal Saint-Martin, Paris, 1953.jpg (68.16 KB, 350x418 - viewed 360 times.)
Logged

« Reply #1 on: December 18, 2007, 11:00:07 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album




การเป็นช่างภาพ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้รับค่าตอบแทนที่พอต่อการยังชีพ ดังนั้นเพื่อความมั่นคงทางรายได้ ดัวส์โนเข้าไปเป็นพนักงานประจำให้กับโรงงานผลิตรถยนต์เรอโนลต์ โดยผลิตผลงานภาพถ่ายเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่ไม่ช้าเขาก็ถูกเสนอให้ลาออกเพราะขาดความรับผิดชอบและไม่มีระเบียบวินัย เพราะเขามักขาดงานบ่อยๆ โดยไม่มีเหตุผล ใครจะไปรู้ว่าเขาอาจเดินถ่ายภาพอยู่แถวๆ มงทรูจ (Montrouge) ชานเมืองทางตอนใต้ของปารีส หรือริมแม่น้ำมาร์น (Marne) แถบที่ดัวส์โนต์รู้จักดีเหมือนลายมือของตัวเอง แต่การถูกให้ออกจากการทำงานไม่ได้ทำให้ช่างภาพหนุ่มเสียโอกาส ตรงกันข้าม มันกลับเป็นการเปิดประตูอีกบานหนึ่งให้เขาได้ก้าวไปสู่โลกของการถ่ายภาพอย่างจริงจังและเป็นตัวของตัวเอง

ดัวส์โนทำงานเป็นช่างภาพวารสารได้สักระยะหนึ่งแล้ว เมื่อฝรั่งเศสถูกกองทัพเยอรมันเข้ายึดครอง กิจกรรมต่างๆ ของช่างภาพเป็นอันต้องถูกจำกัด ดัวส์โนตกอับเหมือนกับช่างภาพคนอื่นๆ เขาต้องประทังชีวิตอยู่ไปวันๆ ด้วยการขายโปสการ์ดและทำบัตรประชาชนปลอมให้กับพวกต่อต้านนาซี แต่หลังจากช่วงปีแห่งการถูกยึดครองผ่านไป การถ่ายภาพวารสารก็กลับมางอกงามอีกครั้ง เหมือนต้นไม้ที่แทงยอดอ่อนขึ้นมาใหม่เมื่อได้รับฝนแรกหลังไฟไหม้ป่า นิตยสารข่าวเกือบ 40 ฉบับได้เปิดตัวขึ้น และช่างภาพกลับเข้าสู่หนทางแห่งความรุ่งเรืองอีกครั้ง ดัวส์โนกลับไปร่วมงานกับวารสารภาพถ่ายอีกครั้ง คราวนี้เขาเริ่มถ่ายรูปบุคคลมากขึ้นตามคำขอของบรรณาธิการ


ช่างภาพแต่ละคนพยายามหาแนวทางและสไตล์ของตัวเอง ดัวส์โนแสดงให้เราเห็นว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร งานภาพถ่ายของเราก็เป็นแบบนั้น เสแสร้งไม่ได้ เลียนแบบไม่ได้ เขามองโลกอย่างไรก็ถ่ายรูปออกมาแบบนั้น ทำให้ผมนึกถึงบางประโยคที่นายพลชาร์ล เดอ โกล พูดกับอองรี การ์ติเยร์ เบรสซง ว่า “เพราะคุณเชื่อ คุณถึงเห็น” (vous avez “vu” parce que vous avez “cru”) เมื่อตอนที่ช่างภาพผู้นี้ส่งงานไปให้ประธานาธิบดีผู้นี้พิจารณาเพื่อขอถ่ายรูปพอร์ตเทรต สำหรับดัวส์โน เขาค้นพบแนวทางของตัวเองในเขตคนหาเช้ากินค่ำบนถนนของปารีส ดัวส์โนบอกว่าเขาเป็นคนขึ้อาย ดังนั้นกล้องแบบทวินเลนส์รีเฟล็กส์ (Twin lens reflex) เป็นอุปกรณ์ที่เข้ากับตัวเขาได้อย่างดี คือเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาจะถ่ายโดยตรง แต่เขามองที่วิวฟายด์เดอร์ที่อยู่ระดับเอว และระยะห่างระหว่างเขากับซับเจ็กต์เป็นระยะที่ห่างพอควร ทำให้ในผลงานของเขา เราจะเห็นสิ่งแวดล้อมที่โอบอุ้มอยู่รอบๆ ซับเจ็กต์ ซึ่งในระยะเวลาต่อมากลายเป็นแนวทางการถ่ายภาพของเขา นอกจากสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองแล้ว ในงานของเขามันฟ้องว่าเขามีความเชื่ออะไร มองโลกอย่างไร?


ช่วงปี 1930-1960 ดัวส์โนกับเพื่อนช่างภาพหลายคนรวมกลุ่มกัน Edouard Boubat, Janine Niépce, Izis โดยมี Willy Ronis รวมอยู่ด้วย โดยเรียกตัวเองว่า -ช่างภาพมนุษย์นิยม- (l’Ecole humaniste) ในเวลาต่อมา สไตล์ของพวกเขาถูกเรียกว่า poetic social realisme พวกเขาบันทึกภาพของชาวบ้านธรรมดา ในชีวิตประจำวันธรรมดา แม้ว่าเพื่อนร่วมโลกของเขาจะประสบกับความยากแค้นรำเค็ญ ความอดอยาก เนื่องจากผลพวงของสงคราม แต่ภาพของช่างภาพเหล่านี้เลือกที่จะบันทึกและเล่าแง่งามของความทุกข์ยาก และความงดงามของชีวิตที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ซึ่งช่างภาพในช่วงเวลาเดียวกันถ่ายภาพเพื่อต้องการรเรียกร้องความสนใจ และช็อกอารมณ์ของคนดู ด้วยภาพถ่ายที่เล่าเรื่องความสลดหดหู่ ข้อสังเกตหนึ่งคือ ไม่มีภาพคนตายในผลงานของดัวส์โนและเพื่อนๆ



* Coco, Paris, 1952.jpg (43.17 KB, 350x397 - viewed 351 times.)

* Velo-taxi, Avenue de l’Opera, Paris 2e, 1942.jpg (50.35 KB, 350x501 - viewed 380 times.)

* Place_Saint_Michel__5e__1944.JPG (106.1 KB, 305x400 - viewed 345 times.)

* Amour et barbeles, Tuileries, Paris 1e, 1944.jpg (64.46 KB, 350x374 - viewed 352 times.)

* Orson Welles “Aux Chasseurs”, Paris 10e, 1949.jpg (51.97 KB, 350x359 - viewed 371 times.)

* Simone de Beauvoir aux “Deux Magots”, Paris 6e, 1944.jpg (50.36 KB, 350x403 - viewed 367 times.)

* Saul Steinbert et sa baignoire, Paris, 1955.jpg (55.13 KB, 350x361 - viewed 341 times.)

* Les_pains_de_Picasso__Vallauris__1952.JPG (110.72 KB, 335x394 - viewed 343 times.)
Logged

« Reply #2 on: December 18, 2007, 11:00:29 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album




โลกทัศน์ของโรแบร์ต ดัวส์โน ถูกเปิดให้กว้างออกด้วยแนะนำของเพื่อนสนิทชื่อ Robert Giraut เขาคนนี้พาดัวส์โนเข้าสู่โลกกลางคืนของปารีส แจ๊ซ คลับ และพาไปรู้จักกับนักคิดนักเขียนที่รวมตัวกันอยู่แถบถนนแซงต์ แจร์มัง เด เปร์ (Saint Germain des Près) ในเวลานั้นก็มี Jean Paul Sartre, Simone de Beauvoir คู่รักเจ้าของปรัชญาเอ็กซีสตองเชียลนีส Jean Cocteau นักเขียน และ Dubuffet ศิลปิน รวมทั้งคนอื่นๆ มันเป็นช่วงเวลาของการใช้ชีวิตที่รื่นรมย์ของดัวส์โน ทำงานให้นิตยสารแฟชั่น Vogue ช่วงเช้า และสังสรรค์กับเพื่อนตอนกลางคืน ซึ่งการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดนี้ทำให้เกิดการพัฒนาการทางความคิดและสุนทรียภาพในการทำงานและการมองโลกของเขา ในช่วงเวลานี้เองที่วารสาร Life ขอให้เขาถ่ายภาพซีรียส์เกี่ยวกับคู่รักในปารีส และดัวส์โนเสนอซีรียส์ Kisses ซี่งต่อมากลายเป็นผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขา แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าภาพถ่ายชุดนี้เป็นการจัดฉาก แม้ว่าดัวส์โนจะไม่ยอมพูดตรงๆ ว่าเขาได้ว่าจ้างคนเหล่านั้นให้มาจูบกันต่อหน้าเลนส์และฉากหลังที่เขาเตรียมไว้ แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะถูกจัดฉากขึ้นหรือไม่ ภาพถ่ายเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในความทรงจำของชาวปารีเซียงและผู้คนทั่วโลก ถึงความเป็นเมืองหลวงของความโรแมนติกของปารีส โดยไม่ลืมที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศของทักษะและสุนทรียภาพของช่างภาพ


จุดเด่นในภาพถ่ายของโรแบร์ต ดัวส์โน เห็นจะเป็นฉากหลังซึ่งเขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เขาเคยบอกไว้ว่าเขาเลือกที่จะใช้สถานที่ใดเป็นที่ถ่ายรูป เสร็จแล้วเขาเพียงแต่ให้บุคคลที่เขาจะถ่ายภาพมายืนในตำแหน่งที่เขาคิดไว้แล้ว หรือหากเป็นการถ่ายภาพบนถนน เขาอาจใช้เวลารอคอยอย่างไม่มีจุดหมายเพียงเพื่อจะมีใครบางคนผ่านมา อาจเป็นเพราะบุคลิกภาพที่อ่อนโยน และมีอารมณ์ขันของดัวส์โนก็ได้ที่ทำให้ภาพถ่ายปารีสและชาวปารีเซียงของเขาฝังอยู่ในความทรงจำของคนทั่วไป และถวิลหาโลกแบบนั้น

ดัวส์โนมีความสุขเสมอที่ได้เดินถ่ายภาพและคุยกับผู้คนแปลกหน้าบนถนนที่คุ้นเคย สำหรับเขา ปารีสเปรียบเหมือนโรงละครขนาดใหญ่ที่เขาสามารถตีตั๋วเข้าไปดูได้ตลอดเวลา และชาวปารีเซียงเพื่อนร่วมโลกของเขาเป็นเหมือนนักแสดงที่กำลังแสดงบทบาทอันหลากหลาย ในโลกแห่งนั้น เขาเพลิดเพลินไม่รู้จักเบื่อ เขาบันทึกชีวิตและฉากหลังด้วยความรัก ทีละเล็กทีละน้อยผ่านวันเวลาหลายสิบปี ในที่สุดเมื่อเราได้ดูภาพรวมทั้งหมดที่เขาเก็บสะสม เราจะพบสังคมที่เต็มไปด้วยความสงบสุข ความรัก ความยินดีปรีดา ด้วยสายตาที่สัมผัสโลกอย่างแผ่วเบาและงดงาม ที่นั่นเราจะพบโลกที่งดงามของเขาที่ทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลัง

โรแบรต์ ดัวส์โนบอกว่า เขาบันทึกโลกในสิ่งที่เขาเชื่อและปรารถนาอยากให้โลกใบนี้เป็น...

“a world… in which people would be likeable, in which I shall find the tenderness that I should like to feel. My photos are a sort of proof that this world can exist… ”



............................................................

คัดลอกมาจาก โอเพ่นออนไลน์ http://www.onopen.com/
คอลัมน์  เรื่องเล่าของบางคน  เขียนโดย ศุภชัย เกศการุณกุล  http://www.onopen.com/2007/02/1807



* La_cavalerie.jpg (75.88 KB, 350x483 - viewed 333 times.)

* paris.jpg (51.68 KB, 350x354 - viewed 329 times.)

* Les_tabliers.jpg (57.97 KB, 400x264 - viewed 327 times.)

* Bolides.jpg (55.12 KB, 350x365 - viewed 333 times.)
Logged

« Reply #3 on: December 27, 2007, 03:19:56 PM »
Talay Lover
PALOMA Offline
etc Executive
etc F/22

View Profile Email
*****

etc skills 1005
Gender: Female
Posts: 2370

paloma_pui@hotmail.com

ได้ความรู้ แล้ว ยังได้ชมภาพ น่ารักๆ อีก

ทำให้วันทำงาน ใก้ลสิ้นปี ที่พอมีเวลาว่าง มานั่ง ชมภาพสวยๆ

ขอบคุณคะ พี่บี h08
Logged

" Same same but Difference "
« Reply #4 on: February 02, 2008, 11:22:29 AM »
pomgm2000 Offline
etc Executive
etc F/5.6

View Profile Email
*****

etc skills 999
Posts: 490

rachasak59@hotmail.com

งานดีๆๆ ทั้งนั้นครับ

ขอบคุณมากครับทีมาเพิ่มความรู้ให้
Logged
« Reply #5 on: February 13, 2008, 10:12:54 PM »
หมนพู Offline
etc F/4

View Profile WWW Email
**

etc skills 18
Gender: Male
Posts: 247

issus_pol@hotmail.com

เป็นช่างภาพที่ถ่ายแนว street ได้ดีมากคนนึงเลยครับ

ผมได้แรงบันดาลใจ ถ่ายภาพแนวนี้ เป็นขาวดำ จาก เค้านี้แร้

หลังจาก ได้ของขวัญ เป็น  หนังสือภาพ ของ เค้า เล่มนึง ครับ

ชอบบบบบบ h09
Logged

« Reply #6 on: February 14, 2008, 05:43:48 PM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album



เป็นช่างภาพที่ถ่ายแนว street ได้ดีมากคนนึงเลยครับ

ผมได้แรงบันดาลใจ ถ่ายภาพแนวนี้ เป็นขาวดำ จาก เค้านี้แร้

หลังจาก ได้ของขวัญ เป็น  หนังสือภาพ ของ เค้า เล่มนึง ครับ

ชอบบบบบบ h09

อยากเห็นหนังสือเล่มที่ว่าจังเลยครับคุณหมนพู
 h11
Logged

« Reply #7 on: February 21, 2008, 08:52:34 AM »
'R
myleisure Offline
etc ModZ
etc F/11

View Profile WWW Email
*****

etc skills 33
Gender: Male
Posts: 1126

atit106@gmail.com

ชอบจังคับ ภาพน่ารักๆทั้งนั้นเลย
 h13 h07
Logged

"Learn to be Better"
« Reply #8 on: March 01, 2008, 07:50:48 PM »
ไร้กรอบ
jitty Offline
etc F/2.8

View Profile Email
*

etc skills 15
Gender: Female
Posts: 98



 h08 ......... เยี่ยมอีกแล้วค่ะ  ^  ^
Logged

พูดมาก ตั้งคอนเซ็บทำไม เมื่องานไม่ถึง
เลิกทำงานมั่วๆแล้วเรียกว่า ศิลปะ ซักที

http://jitty.multiply.com/
« Reply #9 on: March 01, 2008, 08:27:49 PM »
:::กฎของการถ่ายภาพคืออิสระภาพ:::
indyart Offline
Amateur [skill 50+]
etc F/16

View Profile
*

etc skills 77
Posts: 1509



*รูปดูแล้วมีอารมณ์ขันไปด้วย ช่างภาพต้องเป็นคนอารมณ์ดีแน่ๆ ชอบบบมากกก h07
Logged

« Reply #10 on: March 20, 2008, 11:48:00 AM »
The Gods must be Crazy
jason Offline
etc F/6.3

View Profile WWW
***

etc skills 14
Gender: Male
Posts: 529



ขอบคุณครับ ปารีสนี่ ช่างมีมนต์จริงๆ
Logged

Love me Love My Life
Pages: [1]   Go Up
Print
Jump to:  

? 2006 etcFOTO.com
blackTed Skin ? 2006 HobbyBag Group (hbSkins) | Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Page created in 0.335 seconds with 19 queries.