Home    Forum   Gallery Help Login Register  
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length


 

raveepat_01
Lunatix_ BnWBeach07
uncleBE_Cherry-02
jitty_Love
Lunatix_Lanscape_Art3
muimui_d01
LiVeR_PoNG_05q
eakaraja_Abstract2

Pages: [1]   Go Down
Print
Topic: Werner Bischof ........ กวีแห่งการถ่ายภาพวารสาร  (Read 2033 times)
« on: December 18, 2007, 07:29:00 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album



.....................................................................


Werner Bischof กวีแห่งการถ่ายภาพวารสาร

เขียนโดย ศุภชัย เกศการุณกุล




ผมได้เห็นงานของแวร์แนร์ บิสชอฟ (Werner Bischof) ก็เพราะเพื่อนช่างภาพคนหนึ่งแนะนำ และให้ยืมหนังสือภาพของบิสชอฟกลับมาบ้าน เพื่อนคนนี้บอกว่าแล้วผมจะชอบงานของช่างภาพสวิสคนนี้ แม้ว่าหนังสือที่เพื่อนให้ยืมมาจะมีบทความเกี่ยวกับประวัติและผลงานของบิสชอฟอยู่ด้วย แต่ผมอ่านภาษาฝรั่งเศสไม่ออกในตอนนั้น ได้แต่ชื่นชมผลงานของเขาว่ามันเต็มไปด้วยอารมณ์ ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์ที่บิสชอฟไปถ่ายจะเกี่ยวกับความทุกข์ยากจากสงครามและความยากจน แต่ภาพถ่ายของเขาแสดงให้เราเห็นความหวัง ภาพถ่ายของบิสชอฟไม่ได้รุนแรง ปลุกเร้า ด้วยภาพสงครามและซากศพ ทว่าอ่อนโยนและลุ่มลึก

แวร์เเนร์ บิสชอฟ เป็นเหมือนกวีของการถ่ายภาพวารสารที่พรรณาถึงความทุกข์ยากแร้นแค้นของผู้คนในโลกที่สามด้วยภาพถ่าย เขาเริ่มออกสำรวจความยากแค้นของชาวยุโรปเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยตระเวนไปทั่วฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน และยุโรปตะวันออก หลังจากนั้นชะตากรรมก็ผลักดันให้เขาเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปเก็บเอาเรื่องราวในเอเชีย และนำภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและความงามกลับมาให้คนในอีกซีกโลกหนึ่งได้เห็น

เขาบันทึกภาพการขาดแคลนอาหารในอินเดีย ญี่ปุ่นหลังสงคราม และสงครามเกาหลี เราไม่ได้เห็นภาพโหดร้ายของสงคราม แต่เราเห็นสิ่งที่สงครามทิ้งไว้ให้ ความยากแค้นและความทุกข์

ต่อมาเขาข้ามไปยังอเมริกาใต้เพื่อสำรวจชีวิตของชาวมาชูปิชูในประเทศเปรู และที่นั่นเองที่ทำให้กวีแห่งภาพถ่ายประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิต หลังจากบันทึกชีวิตของผู้คนในเวลาเพียง 8 ปี วงการภาพถ่ายวารสารได้สูญเสียช่างภาพฝีมือดีผู้มีความมุ่งมั่นคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

แวร์แนร์ บิสชอฟ เป็นชาวสวิส เกิดเมื่อปี 1916 เริ่มเรียนวิชาศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปะในซูริช สวิสเซอร์แลนด์ แต่เขารู้จักการถ่ายภาพตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของเขาชอบถ่ายภาพและอัดรูปในห้องมืดเป็นงานอดิเรก ตอนเด็กๆ เขาจึงเป็นแบบและช่วยพ่อทดลองเทคนิคการถ่ายภาพด้วยความสนุกอยู่เสมอๆ

ในวัยหนุ่มเขาเลือกเรียนวิชาศิลปะ แต่ในที่สุดเมื่อถึงเวลาต้องเลือกสายวิชาอย่างจริงจัง เขาตัดสินใจเลือกวิชาถ่ายภาพ เขาชอบออกไปถ่ายภาพธรรมชาติและสัตว์ และสามารถใช้เวลาเป็นวันๆ ในการสำรวจต้นไม้ใบหญ้า นอกจากนั้นแล้วในช่วงเวลานี้เขาได้ทดลองเรื่องการจัดแสงด้วยเทคนิคต่างๆ ในสตูดิโอ การถ่ายภาพแบบรายงานเหตุการณ์ และเทคนิคการล้างฟิล์มด้วยสารเคมีและเวลาต่างๆ รวมไปถึงการทำงานในห้องมืดอัดรูปด้วยกระดาษแบบต่างๆ เพื่อให้ได้ผลที่ออกมาแตกต่างกัน นอกจากกนั้นยังได้เรียนการออกแบบกราฟฟิคและการจัดหน้านิตยสาร อย่างไรก็ตาม เขายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกอะไรดีระหว่างการเป็นศิลปินกับช่างภาพ


* Bihar, India 1951.jpg (17.83 KB, 237x320 - viewed 1388 times.)

* Fribourg-en-Brisgau, German 1945.jpg (18.22 KB, 240x255 - viewed 1378 times.)

* Patna, India 1951.jpg (23.05 KB, 320x228 - viewed 1396 times.)

* Walcheren, Holland 1945.jpg (22.81 KB, 240x252 - viewed 1362 times.)
« Last Edit: February 25, 2008, 01:18:06 AM by uncleBE » Logged

« Reply #1 on: December 18, 2007, 07:36:36 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album



.

ช่างภาพและการสบตากับความทุกข์ยาก

เหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณของบิสชอฟที่มีต่อการถ่ายภาพรายงานเหตุการณ์ วันหนึ่งเมื่อเกิดเพลิงไหม้ที่แล็บทดลองในมหาวิทยาลัย บิสชอฟได้ไปถ่ายรูปเหตุการณ์ครั้งนั้น และกลับมาพร้อมกับภาพถ่ายชุดหนึ่งที่แสดงสีหน้าแววตาที่ตื่นตระหนกของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่มีรูปเพลิงไหม้อาคารเลย อาจารย์ของเขาบอกว่าภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อปฏิกริยาของมนุษย์มากกว่าเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า และนี่เป็นสัญญาณแรกๆ ที่แสดงให้เห็นว่าช่างภาพหนุ่มคนนี้มองโลกด้วยสายตาแบบไหน อย่างไรก็ตาม เมื่อเรียนจบเขาได้เข้าทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง และเส้นทางอาชีพของเขาก็ดูเหมือนจะไปได้ดี เขามีชื่อเสียงไม่น้อยในฐานะช่างภาพโฆษณาและแฟชั่น

เส้นทางชีวิตของบิสชอฟหักเหจากช่างภาพโฆษณาและแฟชั่น กลายเป็นช่างภาพวารสารราวๆ ทศวรรษ 1940 เมื่อบรรณาธิการของนิตยสารภาพถ่าย DU ในสวิสเซอร์แลนด์ เริ่มขอให้เขาถ่ายภาพคนมากขึ้น หลังจากตีพิมพ์ภาพหุ่นนิ่ง (still life) และภาพถ่ายธรรมชาติที่โดดเด่นของเขาในการเล่นกับองค์ประกอบและแสง เมื่อเขาได้เดินทางไปปารีส เขาได้เห็นงานเชิงวารสารมากมาย และเขาเขียนไว้ในบันทึกว่า “เขาได้เปิดหูเปิดตา และได้เรียนรู้ที่จะมอง”


หลังสงครามยุติ เขาเดินทางไปในเยอรมันและยุโรปตะวันออกเพื่อสำรวจชีวิตหลังสงคราม เขาเดินทาง เขาจดบันทึก เขาถ่ายภาพ เพื่อตีพิมพ์ลงในนิตยสาร DU เรารับรู้ว่าเขาเกลียดสงครามและจิตใจละเอียดอ่อน เขาท้อและรู้สึกเศร้าที่จะต้องถ่ายภาพผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากและทรมานอยู่ในเงื่อนใขการดำรงชีพที่ต่ำและบอบช้ำ แต่ภาพถ่ายของบิสชอฟไม่ได้ถ่ายทอดถึงความสิ้นหวัง ในทางตรงข้าม เขาถ่ายทอดความหวังของมนุษย์ที่จะสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่หลังจากความหายนะจากฝีมือของตัวเอง

เมื่อเริ่มต้นกึ่งกลางศตวรรษ แวร์แนร์ บิสชอฟ เริ่มเดินทางออกนอกยุโรป มุ่งสู่เอเชียเพื่อไปถ่ายภาพและสำรวจชีวิตในอีกซีกหนึ่งของโลก เขาไปอินเดียและรายงานเหตุการณ์ปัญหาที่กระทบประชาชนชาวอินเดียอย่างมากในเวลานั้น ความอดอยากหิวโหยและขาดอาหาร ให้กับนิตยสาร Life งานของบิสชอฟเรื่อง Food story นี้มีพลังและถ่ายทอดความความเป็นจริง ความสิ้นหวัง และความเวทนาได้อย่างทรงพลัง งานชิ้นนี้ส่งผลให้องค์การเพื่อมนุษยชนในอเมริกายืนมือเข้าช่วยเหลืออินเดียในเวลาอันรวดเร็วและไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ

แม้ว่าการได้พบเห็นความทุกข์ของมนุษย์จะทำให้เขาเศร้าและท้อแท้ต่อชะตากรรมของผู้ร่วมโลก แต่เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าเขาจะทำงานในฐานะช่างภาพวารสารต่อไป เพื่อความหวังที่ว่าสิ่งที่เขาเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งเหล่านี้และนำไปเล่าให้คนอีกซีกโลกหนึ่งได้เห็นชีวิตความเป็นจริงจะตระหนักได้ถึงความทุกข์ยาก และนำมาซึ่งความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม แม้ประเด็นหลักของการทำงานอยู่ที่การเล่าถึงความทุกข์ยากของมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าภาพถ่ายของบิสชอฟจะเศร้ารันทดไปซะหมด ผ่านภาพถ่ายของบิสชอฟ เราไม่รู้สึกถึงระยะห่างของคนที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ และไม่รู้สึกถึงสายตาที่เย็นชา แต่เราสัมผัสได้ถึงความหวัง ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจ เหมือนมีใครเอามือมาลูบหลังปลอบประโลมใจเมื่อเราตกอยู่ในความเศร้า


บรรยายภาพ

ผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู เมืองฮิโรชิมา ญี่ปุ่น, 1951  >> bischof_f

วัดเมจิ โตเกียว ญี่ปุ่น 1952  >> bischof_g

นักบวชในวัดเมจิ โตเกียว ญี่ปุ่น 1951  >>  bischof_h

การต้อนรับจักรพรรดิที่เมืองฮิโรชิมา ญี่ปุ่น 1951  >> bischof_j , bischof_i

หญิงเต้นอาโกโก โตเกียว ญี่ปุ่น 1951  >> bischof_l

พระเซ็นในวัดเรียวอันจิ เกียวโต ญี่ปุ่น 1951  >> bischof_k

นักโทษสงครามที่เมืองโกเจ โด เกาหลี 1952  >> bischof_m

นักโทษที่อายุน้อยที่สุดในค่ายกักกันเมืองโกเจ โด เกาหลี 1953  >> bischof_n

ปูซาน เกาหลีใต้ 1951  >> bischof_o


* bischof_f.jpg (17.43 KB, 320x236 - viewed 1422 times.)

* bischof_g.jpg (25.45 KB, 303x240 - viewed 1386 times.)

* bischof_h.jpg (15.63 KB, 320x222 - viewed 1378 times.)

* bischof_i.jpg (20.52 KB, 210x320 - viewed 1371 times.)

* bischof_j.jpg (19.29 KB, 320x207 - viewed 1373 times.)

* bischof_l.jpg (23.46 KB, 320x212 - viewed 1417 times.)

* bischof_k.jpg (18.67 KB, 243x240 - viewed 1358 times.)

* bischof_m.jpg (20.51 KB, 218x320 - viewed 1351 times.)

* bischof_n.jpg (23.28 KB, 217x320 - viewed 1380 times.)

* bischof_o.jpg (21.65 KB, 320x224 - viewed 1383 times.)
« Last Edit: December 18, 2007, 07:55:53 AM by uncleBE » Logged

« Reply #2 on: December 18, 2007, 07:46:53 AM »
ลุงภารโรง
uncleBE Online
etc Admin
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1005
Posts: 4926

View uncleBE's Album



.

กวีผู้แสวงหาความงาม


ในช่วงเวลาเดียวกันที่เขาอยู่อินเดีย ไกลออกไปทางตะวันออกได้มีสงครามก่อตัวขี้นครั้งใหม่ที่เกาหลี เขาถูกส่งตัวไปยังสมรภูมิเพื่อรายงานความเป็นไปของสถานการณ์ แต่เขาปฏิเสธที่จะถ่ายภาพความรุนแรงของสงคราม เขาบอกว่าถ้าจะให้เขาไปถ่ายรูปผลกระทบของสงครามและผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์ เขายินดีอย่างยิ่ง แต่หากต้องการให้เขาไปถ่ายรูปความรุนแรงที่ช็อคต่อความรู้สึก เขาขอสละสิทธิ์ มันคือการยืนยันจุดยืนและการมองโลกของเขาซึ่งยึดมั่นอยู่กับความเป็นมนุษย์และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากลำบากและความทุกข์ยาก อาจกล่าวได้ว่าจากสิ่งที่เขายึดมั่นในการทำงาน เขาเป็นช่างภาพมนุษย์นิยม ในจดหมายถึงบรรณาธิการ เขายืนยันในความคิดของเขาไว้ว่า “Don’t forget that I am looking for the beauty” แต่ความงามที่เขาแสวงหาไม่ใช่ความงามในแง่ของสุนทรียศาสตร์ ที่ประกอบไปด้วยความสมบูรณ์แบบทั้งในแง่มุมกล้องและการจัดองค์ประกอบเพียงอย่างเดียว

ในจดหมายที่เขาเขียนถึงโรสเซลินาภรรยาของเขา หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับชีวิตที่หนักหนาสาหัสของชาวอินเดียในกัลกัตตา บิสชอฟบอกว่า หากเราไปยึดติดกับภาพถ่ายที่งดงามในแง่ของสุนทรียศาสตร์ ก็เหมือนเราตกอยู่ในกับดัก มันทำให้เรามองข้ามสาระของชีวิต ในสายตาของบิสชอฟ ชีวิตและการต่อสู้ของมนุษย์เพื่อมีชีวิตอยู่ต่างหากคือความงดงามที่เขาแสวงหา

ในที่สุด ด้วยการสนับสนุนของนิตยสาร Life และเอเจนซี Magnum Photos เขาได้เดินทางไปญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และอินโดจีน เพื่อสำรวจชีวิตและสงคราม ที่นั่นเขาสนใจประเด็นหลังสมรภูมิ ชีวิตของประชาชนธรรมดามากกว่าในแดนหน้า ในเกาหลี แทนที่เขาจะไปถ่ายภาพสงครามในแนวหน้าเหมือนกับ “ไฮยีนาแห่งสงคราม” ที่เขากล่าวกระทบกระเทียบช่างภาพจำนวนหนึ่งที่วิ่งไล่ตามหาภาพของความรุนแรง ภาพที่ช็อค เพื่อดึงดูดคนอ่านตามที่บรรณาธิการนิตยสารต้องการ และเพื่อให้ขายได้ เขาเลือกที่จะเล่าเรื่องราวของแนวหลังที่ต้องดิ้นรนทนทุกข์ในบรรยากาศของสงคราม เขาไปสำรวจเมืองฮิโรชิมาหลังถูกถล่มด้วยระเบิดปรมณู สำรวจวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ขัดแย้งและกำลังอยู่ในระยะการเปลี่ยนผ่านภายใต้อิทธิพลอเมริกันหลังสงคราม ค่ายผู้อพยพในสงครามเกาหลี ฮ่องกงในฐานะเป็นที่พักพิงสุดท้ายของทหารจีนของเจียงไคเช็คเพื่อหนีทหารของเหมาเจ๋อตุง ชีวิตของพลเมืองเอเชียอาคเนย์ในช่วงที่สงครามเพื่ออิสรภาพกำลังก่อตัว


ในแง่ของการทำงาน แม้ว่าเขาจะประสบปัญหาเรื่องรายได้ และแม้ว่างานของเขาจะถูกตัดสินว่า “อ่อน” ในเรื่องของความน่าสนใจของบรรณาธิการบางคน แต่แวร์แนร์ บิสชอฟ ก็ยึดถือในการทำงาน และยึดมั่นในการมองโลกของเขา เขาใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานๆ เพื่อเก็บข้อมูลและพยายามมองในมุมมองเดียวกับพวกเขา เข้าใจอย่างที่พวกเขาเข้าใจ ซึมซับบรรยากาศเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจจาก “ข้อมูล” ที่เขาได้รับรู้ เหมือนกับว่าเขาพยายามวางตำแหน่งการมองจากภายในของปัญหามากกว่าการสังเกตห่างๆ อยู่รอบนอก

นอกจากเขาจะไม่เปลี่ยนแนวทางการทำงานและคิดประเด็นเพื่อที่จะขายงานให้ได้แล้ว เขายังพัฒนาตัวเองต่อไปอีกที่จะถ่ายทอดความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เขาปฏิเสธเสมอที่จะเป็นช่างภาพที่รายงานเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความผิวเผินฉาบฉวยเกินไป และไร้ความลุ่มลึก บิสชอฟใช้เวลาในการทำงานนาน เพราะสิ่งที่เขาทำมันมากกว่าการรายงานข่าว เขาต้องการสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและผลกระทบของเหตุการณ์ต่างๆ การใช้เวลาเพียงชั่วครู่และการล่าภาพที่กระทบจิตใจโดยไม่มีความเข้าใจต่อองค์รวมที่เกิดขึ้นไม่ใช่วิถีทางของเขา ในแง่นี้เขาเริ่มเดินห่างออกจากการเป็น “ผู้รายงานเหตุการณ์” เขาบอกว่าการเป็น ผู้รายงานข่าวเป็นสิ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยง

แม้ว่าแวร์แนร์ บิสชอฟ จะมีโอกาสทำงานเพียง 8-9 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างยิ่งในฐานะของช่างภาพผู้เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์และยึดมั่นในวิชาชีพ เขาแสดงให้เราเห็นความงามของชีวิต และมนุษย์ยังมีความหวังเสมอ



บรรยายภาพ

ฮ่องกง 1952  >> bischof_p

กัมพูชา 1952  >> bischof_q

อินโดจีน 1952  >> bischof_r

บนเส้นทางไปคูซโก เปรู 1954  >> bischof_t


..........................................................................................

คัดลอกมาจาก โอเพ่นออนไลน์ http://www.onopen.com/
คอลัมน์  เรื่องเล่าของบางคน  เขียนโดย ศุภชัย เกศการุณกุล  http://www.onopen.com/2006/02/757


* bischof_p.jpg (19.03 KB, 222x320 - viewed 1358 times.)

* bischof_q.jpg (19.55 KB, 240x241 - viewed 1372 times.)

* bischof_r.jpg (17.24 KB, 240x246 - viewed 1371 times.)

* bischof_t.jpg (22.27 KB, 240x320 - viewed 1360 times.)
« Last Edit: December 18, 2007, 07:58:04 AM by uncleBE » Logged

« Reply #3 on: December 27, 2007, 03:16:03 PM »
Talay Lover
PALOMA Offline
etc Executive
etc F/22

View Profile Email
*****

etc skills 1005
Gender: Female
Posts: 2370

paloma_pui@hotmail.com

ขอบคุณมากคะ
Logged

" Same same but Difference "
« Reply #4 on: January 17, 2008, 06:29:39 PM »
ไร้กรอบ
jitty Offline
etc F/2.8

View Profile Email
*

etc skills 15
Gender: Female
Posts: 98



 คนเก่งในดวงใจเลยค่ะน้องบี  h13
Logged

พูดมาก ตั้งคอนเซ็บทำไม เมื่องานไม่ถึง
เลิกทำงานมั่วๆแล้วเรียกว่า ศิลปะ ซักที

http://jitty.multiply.com/
« Reply #5 on: February 02, 2008, 11:21:02 AM »
pomgm2000 Offline
etc Executive
etc F/5.6

View Profile Email
*****

etc skills 999
Posts: 490

rachasak59@hotmail.com

ภาพชุดนนี้แรงดีจัง

เมื่อไหร่จะทำแบบนี้ได้มั่งอ่ะ
Logged
« Reply #6 on: February 14, 2008, 07:08:28 PM »
jukurae Offline
etc F/1.4

View Profile Email
*

etc skills 0
Gender: Male
Posts: 16



ยอดเยี่ยมมากครับ
Logged

Never mind : Never mind
http://jukurae.multiply.com
« Reply #7 on: February 21, 2008, 08:40:11 AM »
'R
myleisure Offline
etc ModZ
etc F/11

View Profile WWW Email
*****

etc skills 33
Gender: Male
Posts: 1126

atit106@gmail.com

ทุกรูปล้วนบอกเล่าได้เป็นความรู้สึก และเรื่องราว
เจ๋งจิงๆคับ  h08 h13
Logged

"Learn to be Better"
« Reply #8 on: March 14, 2008, 03:08:50 PM »
Mushu Offline
etc F/2.8

View Profile Email
*

etc skills 22
Gender: Male
Posts: 86



เห็นภาพแล้วอึ่งไปเลยครับ
Logged
« Reply #9 on: April 04, 2008, 06:27:17 PM »
งุบงิบ งุงิ
muimui Online
Amateur [skill 50+]
etc F/16

View Profile WWW Email
*

 
etc skills 65
Gender: Female
Posts: 1848



สุดยอดเลยอะ ทึ่งมากมาย  h11
Logged

my Album@etcGallery
++ Welcome to MuMu's World ++
++ http://muikowlat.multiply.com ++
« Reply #10 on: May 24, 2008, 07:32:37 AM »
เด็กหญิงสมบี
Br|e Online
etc Staff
etc F/22

View Profile WWW Email
***

 
etc skills 77
Gender: Female
Posts: 2374

bee56_57@hotmail.com

เขาไม่ได้ถ่ายภาพที่น่าสะเทือนใจ

แต่ภาพของเขาทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจในเรื่องราวจริงๆ เก่งมากๆ
Logged

« Reply #11 on: June 06, 2008, 03:49:22 PM »
ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ
sharingstory Offline
etc F/5.6

View Profile WWW Email
***

etc skills 18
Gender: Male
Posts: 414



ภาพแต่ละภาพ แสดงความรู้สึกออกมาได้เยี่ยมเลยอ่ะครับ  ชอบจัง
Logged

เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ฝึกฝน ลองผิดลองถูก นี่แหละ...ความสนุกของการถ่ายภาพ
« Reply #12 on: June 26, 2008, 09:59:27 PM »
:::กฎของการถ่ายภาพคืออิสระภาพ:::
indyart Offline
Amateur [skill 50+]
etc F/16

View Profile
*

etc skills 77
Posts: 1509



...ชีวิตรันทดและงดงาม h13 h07
Logged

« Reply #13 on: July 19, 2008, 02:45:45 PM »
destroy all
viewbaa Offline
etc F/4

View Profile WWW Email
**

etc skills 10
Gender: Male
Posts: 291

viewbaa@hotmail.com

ทุกภาพเล่าเรื่องได้สุด ๆ ไปเลย...................... h08
Logged
Pages: [1]   Go Up
Print
Jump to:  

? 2006 etcFOTO.com
blackTed Skin ? 2006 HobbyBag Group (hbSkins) | Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Page created in 0.491 seconds with 19 queries.