Lee Miller
ค.ศ. 1907 - 1977
"นางแบบผ้าอนามัยและช่างภาพสงครามหญิงคนแรกของโลก"by eddie
จาก
http://www.oknation.net/blog/supermodels/2007/11/27/entry-1ในเมืองไทยน้อยคนที่จะรู้จักชื่อของ Lee Miller นางแบบและช่างภาพหญิงมือฉมังของโลกชาวอเมริกัน เธอเป็นนางแบบดังบนปก Vogue อเมริกัน ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 20 และเริ่มเป็นช่างภาพอาชีพในยุค 30 เรื่อยมาจนเสียชีวิตในปี 1977 เธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว...

ผมเองก็เพิ่งจะรู้จักเธอได้แค่ 1 ปีกว่าๆเอง แล้วก็รู้สึกเสียดายว่าทำไมถึงรู้จักเธอช้าจัง ทั้งที่ Lee Miller ถือเป็นช่างภาพหญิงฝีมือดีที่สุดของศตวรรษที่ 20 เป็นนางแบบผ้าอนามัยคนแรกของโลก เป็นช่างภาพหญิงคนแรกของโลกที่เข้าไปถ่ายภาพในสนามรบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพถ่ายของเธอ ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของโลกเลยทีเดียว

ถึงจะรู้จัก Lee Miller ช้าไปเกือบ 100 ปี แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้จักเธอเลย และในปี 2007 ที่ผ่านมาก็ครบรอบ 100 ปี Lee Miller พอดี ทางพิพิธภัณฑ์ Victoria&Albert ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงได้มีการจัดนิทรรศการเพื่อรำลึกถึงสุดยอดนางแบบและช่างภาพหญิงแกร่งคนแรกของโลกคนนี้

Lee Miller เกิดในปี 1907 ที่เมือง Poughkeepsie นิวยอร์ค ตอนเป็นเด็ก เธอมีคุณพ่อเป็นวิศวกร แต่ชอบถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ซึ่งคุณพ่อชอบจับเธอมาโพสต์ท่าถ่ายแบบอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอคุ้นเคยกับกล้องมาตั้งแต่เด็กๆ

Lee Miller ถ่ายภาพ Portrait ของตัวเอง

ในปี 1926 Lee Miller อายุได้ 19 ปี ขณะที่เธอกำลังเดินอยู่กลางถนนในกรุงนิวยอร์คความสวยของเธอก็เกิดเปล่งประกายไปเข้าตาเจ้าของบริษัท Conde Nast ที่กำลังขับรถอยู่บนถนนและมองเห็น Lee เดินผ่านหน้ารถพอดี ก็เลยเข้าไปทาบทามเธอไปเป็นนางแบบ ซึ่ง Conde Nast ก็คือ บริษัทเจ้าของผู้ผลิตผู้พิมพ์นิตยสารแฟชั่น Vogue อเมริกัน อันลือลั่นนั่นเอง

และจากจุดนั้นเองที่ทำให้ Lee Miller กลายเป็นสุดยอดนางแบบของนิวยอร์ค เป็นนางแบบขายดีที่ถ่ายแบบบนปก Vogue อเมริกันอยู่เป็นประจำ ซึ่ง Lee ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดนางแบบคนแรกๆของโลกเลยทีเดียว

และผลงานของ Lee Miller ที่ฮือฮาและสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มสหรัฐฯในยุคนั้น ก็คือ การที่ Lee ได้เป็นนางแบบคนแรกของโลก ที่ถ่ายแบบให้กับโฆษณาผ้าอนามัย

Lee Miller กับการเป็นนางแบบโฆษณาผ้าอนามัย Kotex

โลกตอนยุค 20 นั้น ปกติโฆษณาผ้าอนามัยจะใช้วิธีวาดภาพนางแบบแทนการใช้นางแบบที่เป็นคนจริงๆ
แล้วคิดดูสิครับ Lee Miller เป็นผู้หญิงคนแรกของโลก ที่ถ่ายแบบโฆษณาให้ผ้าอนามัยเมื่อ 80 ปีที่แล้ว เธอจะโดนผู้คนก่นด่าขนาดไหน
Lee Miller เป็นสุดยอดนางแบบได้เพียง 2 ปีกว่า ในปี 1929 เธอก็ตัดสินใจเดินทางไปปารีส เพื่อขอเป็นลูกศิษย์เรียนถ่ายรูปกับช่างภาพและศิลปินที่ชื่อว่า Man Ray เพราะความฝันจริงๆของ Lee Miller คือการเป็นช่างภาพ ไม่ใช่นางแบบ
Man Ray

Man Ray ให้ Lee เป็นผู้ช่วยช่างภาพจากนั้น ทั้งสองก็พัฒนาไปสู่การเป็นคู่รัก รวมทั้งการที่ Lee กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Man Ray ในการสร้างสรรค์งานศิลปะการถ่ายภาพด้วย
ภาพถ่าย Lee Miller ฝีมือ Man Ray


เมื่อ Lee Miller เริ่มมีฝีมือมากขึ้น เธอตัดสินใจเปิด Studio ในกรุงปารีสร่วมกับ Man Ray ที่นี่ Lee ได้คิดค้นเทคนิคการถ่ายภาพแบบใหม่ที่เรียกกันว่า "Solarisation"
เทคนิค"Solarisation"ที่ Lee Miller คิดค้น


งานภาพถ่ายของ Lee Miller ในปารีส





Lee Miller สั่งสมชื่อเสียงด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะภาพถ่ายแนว Surreal ที่ปารีส จนเธอเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของศิลปินชาวปารีส ซึ่งหนึ่งในนั้น มีนักวาดภาพชื่อก้องโลก Pablo Picasso ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับ Lee Miller และ Lee ก็ได้ถ่ายภาพของ Picasso เก็บไว้มากมาย
Pablo Picasso โดย Lee Miller

Picasso กับ Lee Miller

ภาพถ่าย Chalie Chaplin ดาวตลกชื่อดังของโลก ฝีมือ Lee Miller

จากนั้น ในปี 1932 Lee ทิ้ง Man Ray กลับมาเปิด Studio ร่วมกับน้องชายของเธอที่นิวยอร์ค ที่บ้านเกิด Lee ได้สร้างงานถ่ายภาพแฟชั่นไว้มากมาย รวมทั้งภาพถ่ายโฆษณา และภาพ Portrait ของคนดังในยุคนั้นหลายคน
งานภาพถ่ายของ Lee Miller ในนิวยอร์ค





แต่ในปี 1934 Lee ได้สามีใหม่เป็นชาวอียิปต์ เธอก็เลยทิ้งธุรกิจภาพถ่ายที่กำลังรุ่งในนิวยอร์ค ออกเดินทางไปอยู่ที่ไคโร อียิปต์ แม้ Lee จะไม่ได้ทำอาชีพช่างภาพ แต่เธอก็ยังถ่ายภาพบ้านเมืองของอียิปต์อย่างต่อเนื่อง
Lee Miller ในอียิปต์






อยู่ที่ไคโรจนถึงปี 1937 Lee ก็เริ่มเบื่อ เธอก็เลยหนีสามีกลับมาที่ปารีส และที่ปารีสนี่เอง Lee ได้พบกับสามีตัวจริงที่จะอยู่ด้วยกันไปจนวันตาย เขาคือ Roland Penrose นักวาดรูปแนว Surreal แต่ยังก่อน ยังไม่ใช่ตอนนี้ ที่พวกเขาจะตกหลุมรักกันและกัน
คนนั่ง คือ Roland Penrose คนยืน คือ Man Ray สองสามีของ Lee Miller

เพราะ Lee ยังอยู่ไม่สุข ออกเดินทางไปท่องเที่ยวอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป โดยเฉพาะที่ประเทศโรมาเนีย ซึ่งเธอก็ได้สร้างงานถ่ายภาพในโรมาเนียด้วย ซึ่งภาพถ่ายของ Lee ทั้งในอียิปต์และโรมาเนีย ปัจจุบัน กลายเป็นภาพถ่ายแนวสารคดีและท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและคลาสสิคของโลกไปแล้ว
งานภาพถ่ายของ Lee Miller ในโรมาเนีย





ในช่วงยุค 40 เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 Lee Miller ปฏิเสธไม่ยอมกลับบ้านที่นิวยอร์ค ซึ่งน่าจะปลอดภัยกว่า แต่เธอตัดสินใจจะอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แม้รู้ว่า อยู่ลอนดอน เสี่ยงต่อการโดนถล่มด้วยระเบิด
และการอยู่ลอนดอนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เอง ที่ทำให้ Lee ตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับนิตยสาร Vogue อเมริกันอีกครั้งในปี 1944 ซึ่งไม่ใช่ในฐานะนางแบบ แต่เป็นช่างภาพข่าวสงครามโลก คอยบันทึกภาพสงครามประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมบทความส่งมาลงใน Vogue
Lee Miller ใส่หมวกเป็นเครื่องหมายแสดงการเป็นช่างภาพข่าวในสนามสงครามโลกครั้งที่ 2

Lee Miller ในชุดเต็มยศของกองทัพอเมริกัน เบื้องหลังคือปก Vogue ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

โดย Lee Miller ร่วมทีมกับ David E.Scherman หัวหน้าทีมช่างภาพสงครามโลกของนิตยสาร Life ซึ่งในสงครามโลกครั้งนั้น มีช่างภาพหญิงทั้งหมด 6 คน แต่ Lee Miller เป็นช่างภาพหญิงคนเดียวและคนแรกของโลก ที่ต้องลงสนามไปพร้อมกับกองทัพอเมริกัน เพื่อถ่ายภาพกลางสมรภูมิรบอันแสนหฤโหด
งานภาพถ่าย ของ Lee Miller กลางสมรภูมิรบของสงครามโลกครั้งที่ 2




Lee Miller ต้องเข้าไปในฝรั่งเศส หลังการยกพลบุกของกองทัพพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือยุโรปจากทหารนาซีในวัน D-Day,ได้บันทึกภาพการใช้ระเบิดนาปาล์มเป็นครั้งแรกเพื่อถล่มเมือง St Malo,เข้าไปในเยอรมันเพื่อบันทึกภาพในค่ายกักกันเชลยศึกของนาซี หลังเชลยศึกถูกปลดปล่อย,ได้บันทึกภาพซากศพเชลยศึกที่ถูกกองทับถม
สหรัฐฯทิ้งระเบิดนาปาล์มถล่มเมือง St Malo


สภาพเมือง โคโลญ เยอรมันนีหลังโดนฝ่ายพันธมิตรฯถล่ม


สภาพปารีสหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เห็นหอไอเฟลเลือนลางในสายหมอก

Lee Miller ยังได้เข้าไปอาศัยอยู่ในอพาทเม้นต์ของ ฮิตเลอร์ หลัง ฮิตเลอร์ พ่ายแพ้สงครามด้วย ที่บ้านของฮิตเลอร์นี่เอง ช่างภาพ David E.Scherman ได้ถ่ายภาพ Lee Miller เอาไว้ภาพหนึ่งซึ่งโด่งดังมาก นั่นก็คือ ภาพที่ Lee กำลังนั่งอาบน้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำ ในห้องน้ำของฮิตเลอร์
Lee Miller ในอ่างอาบน้ำของ ฮิตเลอร์

David E.Scherman ช่างภาพนิตยสาร Life ผู้ถ่ายภาพ Lee Miller ในอ่างอาบน้ำของ ฮิตเลอร์

อีกหนึ่งอิริยาบถของ Lee Miller

ลูกสาวนายพลคนหนึ่งของเยอรมันซดยาพิษฆ่าตัวตายหลังพ่ายแพ้สงคราม ถ่ายโดย Lee Miller

และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปิดฉาก Lee Miller ก็ได้รับมอบหมายให้เข้าไปถ่ายภาพสภาพบ้านเมืองหลังสงครามของประเทศเดนมาร์คกับฮังการี จนในปี 1946 เธอจึงได้พบกับคู่แท้ Roland Penrose นักวาดรูปแนว Surreal ที่เกริ่นไปแล้วตั้งแต่ตอนต้นอีกครั้ง Lee และ Roland เดินทางกลับสหรัฐฯด้วยกัน
แม้สงครามจะโหดร้ายแค่ไหน แต่ Lee Miller ไม่ลืมที่จะถ่ายทอดบทบาทของผู้หญิงกลางสนามรบ






Lee Miller แต่งงานกับ Roland Penrose ในปี 1947 และให้กำเนิดลูกชาย Antony Penrose ในปีเดียวกัน จากนั้น ในปี 1949 Lee และ Roland ได้ซื้อฟาร์มแห่งหนึ่ง ในเมือง Sussex แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่นั่น ซึ่งบ้านฟาร์มในเมือง Sussex ของ Lee Miller นี่เอง ที่เพื่อนๆศิลปินชื่อดังจะแวะเวียนมาเยี่ยม Lee และ Roland อยู่บ่อยๆ
บ้านฟาร์มในเมือง Sussex ของ Lee Miller กับ Roland Penrose ถูกใช้เป็นฉากหลังในการทำงานถ่ายภาพแฟชั่นของ Lee


ช่วงท้ายของชีวิต Lee Miller เลิกถ่ายภาพให้ Vogue แต่ Lee ก็ยังถ่ายภาพ Portrait ของเพื่อนๆศิลปินที่แวะเวียนมาเยี่ยมเธอแล้วก็สร้างงานศิลปะกันที่บ้านฟาร์มในเมือง Sussex นี่เอง โดย Lee ตั้งชื่องานภาพถ่ายเพื่อนศิลปินของเธอว่า"Working Guests"
แต่ภาพถ่าย Portrait ของเพื่อนศิลปินของ Lee Miller ที่โดดเด่นที่สุดและควรค่าแก่การบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกมากที่สุด ต้องยกให้กับภาพถ่ายของ Picasso นักวาดภาพชื่อก้องโลกเท่านั้น
ภาพถ่าย Picasso ฝีมือ Lee Miller

Lee Miller อาศัยอยู่ที่บ้านฟาร์มในเมือง Sussex จนถึงวาระสุดท้าย และในที่สุด Lee ก็เสียชีวิตที่บ้านแห่งนี้ ในปี 1977 ด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 70 ปี โดยช่วงท้ายของชีวิต นานๆที ที่ Lee Miller จะยอมเปิดปากเล่าประสบการณ์ของเธอในสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ลูกหลานได้ฟังบ้าง
และน่าแปลกมาก ที่ 30 ปีสุดท้ายในชีวิตของ Lee Miller ไม่เคยมีใครนำภาพถ่ายของเธอไปจัดแสดงเลย ทั้งที่สามีของเธอ Roland Penrose ก็เป็นนักสะสมและผู้จัดแสดงผลงานศิลปะ และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สถาบันศิลปะร่วมสมัย ในกรุงลอนดอน

ซึ่งการที่ภาพถ่ายของ Lee Miller เป็นที่รู้จักมาถึงทุกวันนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ Antony Penrose ลูกชายของ Lee ที่เก็บรักษาภาพถ่ายของคุณแม่ไว้อย่างดี และนำมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นยุค 80
ผลงานภาพถ่ายของ Lee Miller ช่วงท้ายนี้ ขอเน้นที่ภาพถ่ายคนดังกับแฟชั่นนะครับ
มาลีน ดีทริช นางเอกชื่อดังสุดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

เฟรด แอสแทร์ พระเอกนักเต้นฮอลลีวู้ดชื่อดัง






