ความคิดของผมนะครับ

ผู้รู้ คือการรู้แจ้ง มีหลักมีผล รู้สาเหตุของทุกข์
ผู้ตื่น คือการมีสติสัมปชัญญะ คือวิธีป้องกันสาเหตุของทุกข์ทั้งปวง
ผู้เบิกบาน คือผู้ที่สามารถดับทุกข์ประการทั้งปวงได้ หรือผู้ไม่มีทุกข์นั่นเอง
ป.ล. ชอบภาพแรกมากๆครับ

ขอบคุณสำหรับ คำอธิบายครับ
เรียนมาแต่เด็ก หลงลืม คืนคุณครูไปหมดแล้ว
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า
แต่ผมรู้สึกถึงความว้าวุ่นใจ หรืออะไรซักอย่าง
คือผมเชื่อว่า พี่แม่นไม่ได้ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า "นี่คือความสงบนิ่ง" หรือ "นี่คือพุทธะ"
แต่เหมือนกับจะบอกว่า "ฉันกำลังต้องการ" มากกว่า
ใช่ครับ ต้องการสื่ออย่างอื่นที่ไม่ใช่ ความสงบนิ่ง หรือ พุทธะ เพราะว่าพี่ ไม่เข้าใกล้
คำนั้นเลยทีเดียว แต่อยากจะสื่ออะไรนั้น
" ไม่บอก " 
เรียกว่ากำลังแสวงหาอยู่รึปล่าวครับ
เวลาผมเวียนเทียน รอบแรกนึกถึงพระพุทธ
ผมนึกไม่ออกครับ
ใจก็คิดไปเรื่อย
สุดท้ายจิตก็ไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่
งืม.....
ผมไม่เข้าใกล้คำว่าพุทธเลย

เป็นเช่นกันครับ
ดูเหมือนจะชอบพุทธ แบบเซน มากกว่า
ความหมายเลือนๆ แต่ยังพอมีเค้าให้จับต้อง
ได้มากกว่า พุทธ ที่เราเห็น
จริงๆ แล้วพระพุทธรูปไม่ได้หลับตาหรอกครับ
แต่ท่านมองต่ำ
ท่านมองแค่พ้นปลายเท้่าไปนิดหน่อย
บอกเป็นนัยให้คนอยู่กับปัจจุบันขณะ ทำตรงนี้ วันนี้ เวลานี้ให้ดีที่สุด
ไม่ต้องกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ไม่ต้องไปคร่ำครวญถึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว
อีกนัยนึง ในส่วนของการจัดวาง
พระประธานองค์ใหญ่ เวลาประดิษฐานในโบสถ์
สายตาของท่านจะมองลงมายังพุทธศาสนิกชนผู้มาสักการะพอดี
ขอบคุณครับ คุณบีสำหรับความกระจ่าง
สงสัยมานานแล้วว่า พระท่าน หลับตา
เป็นเพราะหมดหวังในตัวพวกเราหรือเปล่า
