Minor Whiteการค้นหาทางจิตวิญญาณผ่านภาพถ่าย
แปล เรียบเรียง และเขียนใหม่ โดย พี่ปู Aranee ด้วยข้อมูลจาก
http://www.photoquotes.com/ShowQuotes.aspx?id=25&name=White,Minorhttp://www.glbtq.com/arts/white_m.htmlhttp://www.vasculata.com/minor_white.htmhttp://www.vasculata.com/minor_white%201.htmhttp://www.sixfoot6.com/words/essays/minorwhite.htmhttp://www.glbtq.com/arts/white_m.htmlhttp://www.masters-of-photography.com/W/white/white_articles2.htmlhttp://en.wikipedia.org/wiki/Minor_Whitehttp://www.jnevins.com/whitereading.htmhttp://en.wikipedia.org/wiki/Alfred_Stieglitzhttp://en.wikipedia.org/wiki/Equivalentshttp://www.jnevins.com/whitereading.htmเกริ่นนำ...all photographs are self portraits. . - Documentary Photography - LIFE Library of Photography , Page: 231
....ภาพถ่ายทุกภาพคือ self portrait No matter how slow the film, Spirit always stands still long enough for the photographer It has chosen.
ไม่ว่าฟิล์มจะช้าแค่ไหน(หมายถึง ISO ต่ำ) จิตวิญญาณจะหยุดนิ่งได้นานพอเสมอสำหรับช่างภาพผู้ถูกเลือกLet the subject generate its own photographs. Become a camera.
จงปล่อยให้ตัวแบบสร้างภาพถ่ายขึ้นด้วยตัวเอง ทำตัวเราให้เป็นกล้องถ่ายรูปBe still with yourself until the object of your attention affirms your presence. - from Outdoor Photographer Magazine, article entitled "Landscapes for my Spirit" 1997
จงอยู่นิ่งๆกับตัวเองจนกระทั่งสิ่งที่คุณสนใจรับรองการปรากฏของคุณ
The state of mind of a photographer while creating is a blank...For those who would equate "blank" with a kind of static emptiness, I must explain that this is a special kind of blank. It is a very active state of mind really, a very receptive state of mind, ready at an instant to grasp an image, yet with no image pre-formed in it at any time. We should note that the lack of a pre-formed pattern or preconceived idea of how anything ought to look is essential to this blank condition. Such a state of mind is not unlike a sheet of film itself - seemingly inert, yet so sensitive that a fraction of a second's exposure conceives a life in it. (Not just life, but "a" life). - The Camera Mind and Eye
ภาวะจิตของช่างภาพผู้กำลังสรรค์สร้างงานนั้นเป็นความว่างอย่างหนึ่ง
...สำหรับคนที่เข้าใจว่า “ความว่าง” นั้นหมายถึงภาวะอันว่างเปล่าและนิ่งสนิท ต้องขออธิบายว่า “ความว่าง” ที่เราพูดถึงอยู่นี้เป็นความว่างแบบพิเศษ ซึ่งความจริงแล้วมันเป็นภาวะจิตที่กระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง ตื่นตัวที่จะรับ และพร้อมในทุกขณะที่จะคว้าเอาภาพถ่ายที่ต้องการ ทั้งนี้ โดยไม่มีการวาดภาพในใจใดๆขึ้นก่อนทั้งสิ้น ขอย้ำว่าการที่ไม่มีการนึกภาพหรือคิดไว้ล่วงหน้านั้นจำเป็นต่อภาวะ “ว่าง” ของจิตนี้ ภาวะจิตนี้ไม่ต่างอะไรกับแผ่นฟิล์ม คือดูเหมือนไร้ปฏิกิริยา แต่กลับมีความไวขนาดที่สามารถก่อกำเนิดชีวิตหนึ่งขึ้นในตัวมันได้ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที (ไม่ใช่เพียงแค่”ชีวิต” แต่เป็น”ชีวิตหนึ่ง”)...innocence of eye has a quality of its own. It means to see as a child sees, with freshness and acknowledgment of the wonder; it also means to see as an adult sees who has gone full circle and once again sees as a child - with freshness and an even deeper sense of wonder.
สายตาที่บริสุทธิ์นั้นมีคุณภาพในตัวเอง มันหมายถึงการมองอย่างเด็กคนหนึ่ง มองด้วยความสดชื่นและมองโดยรับรู้ถึงความอัศจรรย์
มันยังหมายถึงการมองอย่างผู้ใหญ่คนหนึ่ง ผู้ซึ่งได้ผ่านประสบการณ์มากมายจนสามารถหวนกลับมามองอย่างเด็กได้อีกครั้ง ด้วยความสดชื่นและความรู้สึกอัศจรรย์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าCreativity with portraits involves the invocation of a state of rapport when only a camera stands between two people...mutual vulnerability and mutual trust. - Mirrors, messages, manifestations by Minor White
การสร้างสรรค์ภาพบุคคลนั้นเกี่ยวกับการภาวนาให้เกิดสภาวะของสายสัมพันธ์ ภาวะของความปรองดองกัน เมื่อมีเพียงกล้องถ่ายรูปเท่านั้นที่อยู่ระหว่างคนสองคน .......ความเปราะบางที่มีร่วมกัน ความเชื่อใจกันและกันPhotographers who come up with power never get accused of imitating anyone else even though they photograph the same broom, same street, same portraits. - Interviews With Master Photographers : Minor White, Imogen Cunningham, Cornell Capa, Elliott Erwitt, Yousuf Karsh, Arnold Newman, Lord Snowdon, Brett Weston by James Danziger
ช่างภาพทั้งหลายผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงพลังไม่เคยถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบใคร ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถ่ายภาพไม้กวาดด้ามเดียวกัน ถนนสายเดียวกัน หรือคนคนเดียวกันOften while traveling with a camera we arrive just as the sun slips over the horizon of a moment, too late to expose film, only time enough to expose our hearts. - Mirrors, messages, manifestations by Minor White
บ่อยครั้งที่เราเดินทางไปพร้อมกับกล้องถ่ายรูปแล้วไปถึงที่ที่อยากจะถ่ายรูปพอดีกับที่พระอาทิตย์เพิ่งจะลับขอบฟ้า สายเกินไปที่จะบันทึกภาพลงบนฟิล์ม แต่มีเวลาพอที่จะบันทึกภาพลงในใจเจ้าของคำพูดเหล่านี้มีนามว่า Minor White (ไมเนอร์ ไวท์)
ไมเนอร์ ไวท์ ชื่อนี้คงไม่ค่อยคุ้นหูช่างภาพสมัครเล่นอย่างเราๆกันสักเท่าไร ทั้งที่ตอนที่เขาตาย เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในช่างภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา แต่ถ้าเอ่ยชื่อ แอนเซล อาดัมส์ (Ansel Adams) อัลเฟร็ด สติกลิซ (Alfred Stieglitz) เอ็ดเวิร์ด เว็สตัน (Edward Weston) หรือ พอล สแตรนด์ (Paul Strand) หลายคนก็คงจะร้องอ๋อกันใหญ่ จริงๆแล้วไวท์ก็เป็นช่างภาพซึ่งจัดอยู่ในระดับเดียวกับช่างภาพระดับปรมาจารย์เหล่านี้ แถมยังสนิทสนมคุ้นเคยกันดีอีกด้วย เรียกได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในช่างภาพผู้มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลที่สุดในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ยี่สิบ ในสมัยนั้นไวท์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะครู นักวิจารณ์ บรรณาธิการ ตลอดจนผู้จัดการพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่
ไวท์เป็นคนที่เข้าใจ Zone System ของอาดัมส์อย่างลึกซึ้งจนสามารถเปิดคอร์สสอนได้ เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและดำเนินการของนิตยสาร Aperture ซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของวงการถ่ายภาพ และยังเป็นครูของช่างภาพที่มีชื่อเสียงในยุคต่อมาอีกหลายคนอีกด้วย
และข้อหนึ่งที่ทุกบทความที่ได้อ่านมาจะต้องกล่าวถึงก็คือ เขาเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคม และความจริงข้อนี้น่าจะมีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ น่าสนใจ และเข้าใจยากของเขา
ผลงานภาพถ่ายซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของไวท์เป็นแนวทาง abstract เรียกว่า “Equivalence” ซึ่งเขาต้องการให้คนดูภาพถ่ายแล้วเชื่อมโยงไปยัง ”ภายใน” ของผู้ดู เป็นเสมือนกระจกสะท้อนตัวตนของช่างภาพและของผู้ดู (เราจะมาทำความเข้าใจกับแนวคิดนี้อย่างละเอียดขึ้นในส่วนหลังของบทความ)
มาถึงช่วงปลายทศวรรษของปี 1970 ชื่อของไวท์ค่อยๆเลือนหายไปจากวงการถ่ายภาพ จนมาในยุคปัจจุบันจึงเริ่มมีคนสนใจชีวิตและผลงานภาพถ่ายของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ถ้าอยากรู้จักไวท์และเข้าใจ “Equivalence” ของเขามากขึ้นก็ต้องอ่านในส่วนต่อไปค่ะ(ยาวหน่อยแต่น่าสนใจนะคะ)