Home    Forum   Gallery Help Login Register  
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length




Pages: [1]   Go Down
Print
Topic: Photographs That Change the World  (Read 6921 times)
« on: May 01, 2008, 09:25:30 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

Photographs That Change the World



หนึ่งภาพ มีค่ากว่าพันคำ แต่ถ้าหากจะเลือกภาพที่มีบทบาทในโลก โดยเฉพาะโลกตะวันตก (หรือให้จำเพาะกว่านั้นคือสหรัฐอเมริกา)
หากจะเลือกมาแล้ว ก็คงได้แก่ภาพเหล่านี้...


===================================================


The Photograph That Raised the Photojournalistic Stakes

"Omaha Beach"
นอร์มังดี, ประเทศฝรั่งเศส, ปี 1944 โดย Robert Capa

"หากภาพของคุณยังไม่ดีพอ นั่นแปลว่าคุณยังเข้าใกล้ได้ไม่เพียงพอ"

ฟังดูแล้วก็ไม่มีอะไรแปลก
แต่หากทราบว่า คนที่พูดคำพูดนี้ไว้คือ โรเบิร์ต คาปา ช่างภาพสงคราม คงพอจะเดาได้ว่า คำพูดนี้ เป็นจริงเป็นจังแค่ไหน
และไม่ใช่แค่คำพูด
คาปา คือช่างภาพผู้ที่วิ่งไปกับทหารราบกองพลแรก ที่ยกพลขึ้นบกที่หาดโอมาฮา, นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ในวันดีเดย์ 6 มิถุนายน 1944 สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ท่ามกลางห่ากระสุนของฝ่ายเยอรมัน

ในขณะที่ถูกยิงถล่มจากฝ่ายนาซีเยอรมัน คาปาได้บันทึกภาพการยกพลขึ้นบกไว้บนฟิล์มได้ถึง 4 ม้วน
แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะการเร่งรีบในการล้างฟิล์ม เพื่อให้ทันปิดต้นฉบับนิตยสาร Life ผู้ช่วยล้างฟิล์ม ได้ทำให้ฟิล์มเสียหายเกือบหมด เหลือรอดมาเพียง 11 รูปเท่านั้น

และรูป 11 รูปที่เหลือรอดมานั้น สะท้อนให้เห็นความจริง ที่เหนือจริง ของภาพสงคราม ภาพที่เบลอ และหลุดโฟกัสนี้ กลับกระทบใจคนที่เห็นได้อย่างมาก

แม้ในอีก 50 ปีต่อมา สตีเว่น สปิลเบิร์ก ผู้ได้รับแรงบันดาลใจ และดำเนิดรอยตาม คาปา ด้วยการทำลายเคลือบเลนส์ถ่ายภาพยนต์  และถ่ายภาพให้เบลอ และหลุดโฟกัสแบบนี้ เพื่อสะท้อนความรุนแรงของสงครามในแบบเหนือจริง ที่สุดแสนจะสมจริง  ในภาพยนต์เรื่อง Saving Private Ryan

และภาพในชุด Omaha Beach นี้ ก็เป็นการเปิดสู่ยุคใหม่ ของช่างภาพสงคราม และ Photojournalism รวมถึงการกำเนิดของ Magnum Group ที่เป็นกลุ่มช่างภาพ Journalism ระดับสุดยอด ของสุดยอด ของโลก


* omaha-beach-robert-capa.jpg (31.34 KB, 500x316 - viewed 1779 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 12:28:45 PM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #1 on: May 01, 2008, 09:49:58 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Ended a War But Ruined a Life

"Murder of a Vietcong by Saigon Police Chief"
ไซ่ง่อน, เวียดนาม, โดย Eddie Adams, 1968


"ภาพถ่ายคืออาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก"

เอ็ดดี้ อดัมส์เคยเขียนประโยคนี้ไว้ และเข้าใจได้ไม่ยาก หากทราบที่มา และที่ไป

ในปี 1968 เอ็ดดี้ ได้ถ่ายรูปตำรวจ ที่จ่อยิงศีรษะของนักโทษเวียดกง ที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่
และภาพนี้ ได้รางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1969

ดูแล้วก็น่าสงสาร รันทดใจ ในชะตากรรมของผู้ตกเป็นเหยื่อ และอดดูถูกนายตำรวจตัวร้าย ผู้ลั่นไกมิได้
และทำให้นายพล Nguyen Ngoc Loan กลายเป็นผู้รายในสายตาชาวโลก และเป็นสัญลักษณ์ของความร้ายกาจ รุนแรง

แต่อย่างที่พอจะเดากันได้ โลกนี้ไม่ใช่มีเฉพาะ ขาว-ดำ, ถูก-ผิด อย่างที่เอ็ดดี้ได้เสนอไว้ในภาพนี้
เบื้องหลังก็คือ ผู้ที่ถูกยิง เป็นหัวหน้าหน่วยล่าสังหาร ของฝ่ายเวียดกง
ที่วันนี้ เพิ่งฆ่าหมู่ชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ และไร้ทางต่อสู้นับสิบคน

ส่วนนายพล Loan ท่านนั้น ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากมาย จากภาพนั้น
ถูกไล่ออก โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ก็ปฏิเสธที่จะรักษาท่าน
และเมื่อเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ก็ถูกต่อต้าน และต่อว่า
เปิดร้านอาหารในอเมริกา ก็ต้องถูกบังคับให้ปิด
และมีชีวิตที่ยากลำบาก ตลอดชีวิตที่เหลือ

ในภายหลัง เอ็ดดี้ ได้แถลงขออภัย ต่อนายพล Loan  ที่ได้ถ่ายทอดภาพออกมาในลักษณะนั้น

"ท่านนายพลได้สังหารเวียดกงด้วยปืน แต่ผมกลับสังหารท่านด้วยกล้อง"


* murder-vietcong-saigon-police-chief-eddie-adams.jpg (40.16 KB, 500x363 - viewed 1757 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 07:14:46 AM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #2 on: May 01, 2008, 10:27:32 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Isn't as Romantic as You Might Think.

"V-J Day, Times Square, 1945" หรือ "The Kiss"
Alfred Eisenstaedt, 1945

วันที่ 14 สิงหาคม 1945 อเมริกา และพันธมิตร ได้มีชัยเหนือกองทัพญี่ปุ่น (V-J Day, Victory over Japan Day)
และสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
และภาพที่ทุกคนจำได้ ก็คงไม่พ้นภาพนี้  เป็นภาพที่ทหาร (ที่เพิ่ง) ผ่านศึก ที่เดินทางกลับอเมริกา จูบกับสาวพยาบาล ที่ Time Squar, New York

แต่เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคู่รักที่จากกันมานานมาพบกัน

อัลเฟรด ช่างภาพผู้ถ่ายภาพนี้ กล่าวว่า "กลาสีที่ลงจากเรือ วิ่งไปด้วยความดีใจ ทั่วถนน และกอดจูบผู้หญิงทุกคนที่เห็น ด้วยความดีใจ (ที่สงครามสงบ)"

แต่ก็ช่วยไม่ได้ ที่ภาพนี้ จะเป็นภาพที่ดูโรแมนติก และสะท้อนถึงสภาวะหลังสงครามได้ดี


* v-j-day-kiss-eisenstaedt.jpg (25.25 KB, 425x540 - viewed 1747 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 07:15:13 AM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #3 on: May 01, 2008, 10:30:36 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Saved The Planet

"The Tetons - Snake River"
Ansel Adams, 1942

บางคนบอกไว้ว่า ยุคแห่งการถ่ายภาพมี 2 ยุค คือ ยุคก่อน Ansel Adams และ ยุคหลัง Ansel Adams
คำพูดนี้ คงสะท้อนได้ดี ในเรื่องของความยิ่งใหญ่ของ Ansel Adams ที่มีต่อวงการถ่ายภาพ

ในยุคก่อนนั้น การถ่ายภาพ ไม่ได้มีศักดิ์ศรี ในการเป็นงานศิลปะเลย แม้แต่น้อย
ช่างถ่ายภาพทุกคน ต่างก็พยายามใช้กล้อง แทนพู่กันในการสร้างภาพ เพื่อเลียนแบบภาพเขียนเท่านั้น

แต่แอนเซล อาดัมส์ เป็นผู้ที่ผลักดัน การถ่ายภาพ ให้กลายเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่ง

และภาพของแอนเซล อดัมส์ ที่ถ่ายทิวทัศน์ ของอเมริกา โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ เยลโลว์สโตน
ส่งผลต่อความตระหนักต่อชาวอเมริกัน และชาวโลก ที่จะช่วยกันดูแลรักษา ปกป้อง ธรรมชาติอันสวยงามนี้ไว้ต่อไป



* the-tetons-snake-river-ansel-adams.jpg (47 KB, 400x320 - viewed 1756 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 07:15:49 AM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #4 on: May 01, 2008, 10:35:40 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Lied

"Loch Ness Monster" หรือ "The Surgeon's Photo"
Ian Wetherell, 1934

ในยุคที่ผู้คนทั่วโลก ต่างตื่นเต้นกับสัตว์ประหลาดเนสซี แห่งทะเลสาปล็อคเนส (ซึ่งอย่างน้อยก็มีรายงานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 565)
และผู้คนต่างแห่แหนกันไปเพื่อหาหลักฐาน และบันทึกภาพสัตว์ประหลาด ก็มีภาพที่เป็นตำนานเกิดขึ้น

"The Surgeon's Photo"
ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อเดือนเมษายน 1934 และเหมือนกับเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ในเหตุการณ์ "ตื่นสัตว์ประหลาด"
เกิดการถกเถียง โตเถียง ทะเลาะ (และอาจถึงขั้นตบตี) และทำให้เกิดการค้นหาหลักฐานสัตว์ประหลาดล็อคเนส อย่างบ้าคลั่ง
นักท่องเที่ยว และนักค้นคว้าที่เดินทางมา ทำรายได้ให้กับพื้นที่นับล้านๆ ดอลล่าร์ต่อปี

The Party is over.- งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา.....
ในปี 1994 ความจริงก็ถูกเปิดเผย Christian Spurling นักทำหุ่นจำลอง ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ที่รับผิด ในการทำภาพปลอมนี้
ด้วยคำแนะนำและช่วยเหลือของ Marmaduke Wetherell ผู้เป็นพ่อเลี้ยง และนักล่าสัตว์ในละแวกนั้น
พ่อเลี้ยงของเขาได้รับการว่าจ้างจากหนังสือพิมพ์ London's Daily Mail เพื่อให้หาหลักฐานเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดแห่งล็อคเนส
แต่หลังจากใช้ความพยายาม โดยไม่มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดเลย เขาจึงตัดสินใจให้ลูกเลี้ยง ทำหุ่นจำลองขึ้น
โดยใช้เรือดำน้ำของเล่น และให้ลูกชายของเขา Ian Wetherell เป็นผู้บันทึกภาพ
หลังจากบันทึกภาพแล้ว ก็ให้นายแพทย์ Robert Kenneth Wilson ศัลยแพทย์ และผู้ใหญ่บ้าน (เมืองไทยก็คงประมาณนี้)
เป็นผู้รับสมอ้าง ว่าเป็นผู้ถ่ายภาพนี้

"กล้องไม่เคยโกหก, คนเท่านั้น ที่โกหก"
ไม่มีอะไรจะยืนยันคำกล่าวเก่าแก่โบราณได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว


* loch-ness-surgeon-photo.jpg (13.04 KB, 232x215 - viewed 1711 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 12:31:33 PM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #5 on: May 01, 2008, 10:42:59 PM »
bankuman Offline
etc ModZ
etc F/22

View Profile
*****

 
etc skills 78
Gender: Male
Posts: 5987

bankuman's Portfolio

เข้ามาปูเสื่อจองที่นั่งแถวหน้า ชมนิทรรศการ

 h11 h11 h11
Logged

i f   y o u   a r e   p a t i e n t . . . . . . .   a n d   w a i t   l o n g   e n o u g h . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .   n o t h i n g   w i l l   h a p p e n !
« Reply #6 on: May 01, 2008, 11:15:06 PM »
PALOMA Offline
etc Cofounder
etc F/22

View Profile Email
*****

etc skills 1009
Gender: Female
Posts: 4080

PALOMA's Portfolio paloma_pui@hotmail.com

รอติดตามตอนต่อไปครับ
Logged

การเดินทางทำให้เราได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น

ไม่สนิทขึ้น  ก็ ห่างกันมากขึ้น

ไม่มีทางเท่าเดิม

:o นิ้วกลม
« Reply #7 on: May 02, 2008, 07:21:51 AM »
uncleBE Offline
etc CoFounder
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1036
Posts: 12378

uncleBE's Portfolio uncle-bee@hotmail.com

เยี่ยมเลยครับน้านิค

เอาอีกครับเอาอีก 

 h09
Logged

« Reply #8 on: May 02, 2008, 08:07:54 AM »
ChaoChao Offline
etc F/4

View Profile
**

etc skills 1
Gender: Female
Posts: 212



ชอบค่ะ ชอบ
 h11
Logged
« Reply #9 on: May 02, 2008, 12:24:03 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Destroyed an Industry

"Hindenburg"
Murray Becker, 1937

เป็นที่น่าเสียดายว่า หายนะยิ่งใหญ่อย่างไททานิค หรือเชอร์โนบิลล์ ไม่ได้มีการบันทึกภาพเอาไว้
ทำให้บางทีเราก็ลืมเลือนความร้ายแรงของมันไปบ้าง

แต่ การระเบิดของเรือเหาะ ฮินเดนเบิร์ก ในวันที่ 6 พฤษภาคม 1937 ที่ Lakehurst รัฐ นิวเจอร์ซี่
ถูกบันทึกไว้ทั้งภาพยนต์ และภาพนิ่ง และบทความ ด้วยฝีมือของช่างภาพ และนักข่าวเกือบสองโหล
และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งหายนะ ของยุคศตวรรษที่ 20

ไม่ใช่แค่เพียงสัญญลักษณ์เท่านั้น เหตุการณ์ฮินเดนเบิร์กยังส่งผลกระทบยิ่งกว่านั้น
แม้จะมีผู้เสียชีวิตเพียงแค่ 35 คน เท่านั้น จากผู้โดยสารทั้งหมด 97 คน
ไม่สามารถจัดว่าเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงแห่งศตวรรษได้เลย ไม่ว่าในมาตฐานใดๆ
ถ้าจะเทียบกับอุบัติเหตุของเรือเหาะ Zeppelin ที่ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อสี่ปีก่อน
เหตุการณ์นั้นก็ยังมีผู้เสียชีวิตมากกว่าฮินเดนเบิร์กตั้งสองเท่า

อันที่จริงจะบอกว่า ฮินเดนเบิร์กระเบิด ก็ยังเป็นคำกล่าวที่เกินจริงไปเสียด้วยซ้ำ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไฟไหม้ ที่สารเคลือบผ้าใบของเรือเหาะ จนทำให้เรือเหาะตกลงพื้นเท่านั้น

แต่ภาพน่ากลัวของฮินเดนเบิร์ก กลับทำให้ความกลัวเรือเหาะ แพร่สะพัดไปทั่วโลก
จนกระทั่งยุคทองของการเดินทางด้วยเรือเหาะ กลับสิ้นสุดลงอย่างกระทันหันในปีนั้นเอง


* hindenburg-murray-becker.jpg (34.29 KB, 382x480 - viewed 1669 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 12:34:37 PM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #10 on: May 02, 2008, 01:18:57 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photolgraph That Almost Wasn't

"Gandhi at his Spinning Wheel"
Margaret Burke-White, 1946

ภาพถ่ายแนว Portrait แห่งศตวรรษที่ 20 อีกภาพหนึ่ง ที่จัดได้ว่าเป็นภาพเปลี่ยนโลก
ภาพนี้มีสิ่งสำคัญ ถึงสองสิ่งอยู่ในภาพเดียวกัน สิ่งหนึ่งคือ มหาตมะคานธี ผู้นำการต่อสู้แนวอหิงสา
และอีกสิ่งหนึ่งคือ กงล้อปั่นฝ้าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย

ภาพนี้ กลายเป็นภาพที่ใช้เพื่อการรณรงค์ต่อสู้เพื่อเอกราช และเป็นภาพในชุดท้ายๆ ในช่วงชีวิตของคานธี
หลังจากถ่ายภาพนี้ไม่ถึง 2 ปี มหาตมะคานธี ก็ถูกลอบสังหาร

แต่กว่าจะได้ภาพนี้มา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่นับว่าช่วงนั้น คานธีอยู่ในช่วงถือศีล เข้าเงียบ ไม่สามารถพูดกับใครได้
ในการถ่ายภาพ มากาเร็ต เตรียมหลอดแฟลชไปเพียง 3 หลอด เพราะไม่ได้คาดคิดว่า จะเจอกับสภาพแสงแบบนี้
แและแฟลชที่เตรียมไป 3 หลอด กลับเสีย ไปหลอดหนึ่ง เพราะอากาศที่ร้อน และชื้นจัด ของอินเดีย

แฟลชที่เหลืออีก 2 หลอด เท่ากับว่า มีโอกาสถ่ายรูปได้เพียง 2 รูปเท่านั้น
รูปแรกที่ถ่าย เธอลืมเปิดแผ่นกั้นแสงที่ฟิล์ม ทำให้ไม่ได้ภาพ
และรูปที่สอง ก็คือรูปนี้....


* gandhi-spinning-wheel.jpg (58.77 KB, 450x333 - viewed 1666 times.)
Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #11 on: May 02, 2008, 03:46:38 PM »
OldDevil Offline
etc Cofounder
etc F/16

View Profile WWW
*****

etc skills 1007
Gender: Male
Posts: 1607

OldDevil's Portfolio cmosmyp@gmail.com

The Photograph That Set New Standard of News Photography

"Napalm Girl"
Huynh Cong Ut , 1972

Huynh Cong Ut  หรือ Nick Ut ช่างภาพแนว Photojournalism จาก AP
บันทึกภาพการทิ้งระเบิดนาปาล์ม ลงหมู่บ้าน Trang Bang โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศเวียดนาม
ในวันที่ 8 มิถุนายน 1972 เนื่องจากสงสัยว่าจะมีกองกำลังเวียดกง ซุ่มซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน

Kim Phuc อายุ 9 ขวบ วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านมาตามถนน ในสภาพไม่มีทั้งเสื้อผ้า และเสียขวัญสุดขีด
มาพร้อมกับพี่ชายอายุ 12 ปี ทางซ้ายสุดของภาพ น้องชายอายุห้าขวบที่วิ่งไป พร้อมกันเหลียวมองไปที่หมู่บ้าน
และลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่จูงมือกันวิ่งมาด้วย


" ...บรรณาธิการ AP ไม่ยอมให้ตีพิมพ์รูปของ Kim Phuc ที่กำลังวิ่งไปบนถนน โดยไม่ใส่เสื้อผ้า
เพราะเป็นภาพที่เห็นด้านหน้าชัดเจน และนโยบายของ AP ในยุคนั้นจะไม่ตีพิมพ์ภาพเปลือย ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ และเพศใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพด้านหน้า โดยไม่มีข้อยกเว้น
...การโต้เถียงผ่าน Telex อย่างดุเดือดกับสำนักงานใหญ่ของ AP ที่นิวยอร์ค ให้ยกเว้นกฎระเบียบ
โดยมีข้อตกลงกันว่า จะต้องไม่มีภาพถ่ายใกล้ ของเธอ เผยแพร่ออกไป
Hal Buell บรรณาธิการภาพของ The New York ที่จะนำภาพไปตีพิมพ์ เห็นด้วยว่า
คุณค่าของภาพข่าวนี้ มีเหนือกว่า แนวทางปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับภาพเปลือย"

...Nick Ut...

ภาพนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปีนั้น


* TrangBang.jpg (88.76 KB, 682x400 - viewed 1636 times.)
« Last Edit: May 02, 2008, 04:08:01 PM by OldDevil » Logged

กำลังหัดถ่ายรูป
« Reply #12 on: May 02, 2008, 05:04:19 PM »
bankuman Offline
etc ModZ
etc F/22

View Profile
*****

 
etc skills 78
Gender: Male
Posts: 5987

bankuman's Portfolio

 h12 h12 h12
Logged

i f   y o u   a r e   p a t i e n t . . . . . . .   a n d   w a i t   l o n g   e n o u g h . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .   n o t h i n g   w i l l   h a p p e n !
« Reply #13 on: May 03, 2008, 01:35:35 AM »
กึ่งอัตโนมัติ Offline
etc F/6.3

View Profile WWW
***

etc skills 20
Gender: Male
Posts: 508

semi_automatic@windowslive.com

 h11 h11


ผมจำได้ว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้มีการรำลึกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองที่เดียวกับในรูป The Kiss นั่นแหละครับ

แล้วก็มีการเอานายกะลาสี กับพยาบาลนี้มาจูบกันอีกที แก่หง่อมทั้งคู่เลย

ส่วนรูปสุดท้าย ก็มีการตามไปตามหา แล้วก็สัมภาษณ์เด็กผู้หญิงในภาพ ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็อายุเยอะแล้วด้วยแหละครับ



ภาพพวกนี้มันสุดยอดจริงๆ . . . เขาว่ากันว่าดนตรีสามารถเปลี่ยนคนได้ . . . ภาพถ่ายก็เปลี่ยนแปลงโลกได้จริงๆ สินะครับ
Logged

Skin and Bones
« Reply #14 on: May 04, 2008, 08:34:53 AM »
uncleBE Offline
etc CoFounder
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1036
Posts: 12378

uncleBE's Portfolio uncle-bee@hotmail.com

แจ่มจริงๆ
 h13
Logged

« Reply #15 on: May 05, 2008, 12:38:23 PM »
jukurae Offline
etc F/1.4

View Profile Email
*

etc skills 0
Gender: Male
Posts: 16



เยี่ยมยอดมากเลยครับ
Logged

Never mind : Never mind
http://jukurae.multiply.com
« Reply #16 on: May 06, 2008, 02:34:16 PM »
9comeback Offline
Amateur [skill 50+]
etc F/22

View Profile WWW Email
*

etc skills 121
Gender: Male
Posts: 3197

9comeback's Portfolio

ทุกเสี้ยววินาทีคือความมหัศจรรย์
----------------------------------
ทุกภาพทุกเรื่องราวผมเคยเห็นและรับรู้มาก่อน
แต่มันไม่สำคัญเท่ากับมันทำให้ผม อึ้ง ทุกครั้งที่ดูมัน
 h12 h12 h12 h12 h12 h06
Logged

« Reply #17 on: May 12, 2008, 06:44:31 PM »
viewbaa Offline
etc F/6.3

View Profile WWW Email
***

etc skills 25
Gender: Male
Posts: 540

viewbaa@hotmail.com

เรื่องประวัติศาสตร์ น่าสนใจมาก ๆ ครับ
Logged
« Reply #18 on: May 15, 2008, 09:39:00 AM »
triclosan Offline
etc F/1.4

View Profile
*

etc skills 0
Posts: 3



ขนลุกครับผม

เรื่องราวน่าสนใจแบบนี้ขอตามอ่านเรื่อยๆนะครับ
Logged
« Reply #19 on: May 15, 2008, 10:00:43 PM »
1fineday Offline
etc CoFounder
etc F/22

View Profile WWW Email
*****

etc skills 1060
Gender: Male
Posts: 4118

1fineday's Portfolio y_wongcharoen@hotmail.com

napalm girl

นี่ติดตามาตั้งแต่สมัยเรียนเลยทีเดียวครับ

พอๆ กับภาพทหารญี่ปุ่นใช้ดาบปลายปืนเสียบเด็กทารก ที่นานกิง เลย

เห็นทีไร ใจหวิว ทุกทีไป
Logged


“We Are a Nation of Photographers,”
« Reply #20 on: May 20, 2008, 07:55:51 PM »
mOddy!~ Offline
etc F/3.5

View Profile WWW Email
**

etc skills 13
Gender: Male
Posts: 187

modz@msn.com

เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว มาอ่านอีกที ขนลุกเหมือนเเดิม

ขอบุคณคับ
Logged

« Reply #21 on: May 21, 2008, 09:34:40 AM »
jason Offline
etc F/22

View Profile WWW
*****

etc skills 52
Gender: Male
Posts: 2818



ขอบคุณครับ
Logged

Photograph is not an accident - It's a concept.
http://www.facebook.com/bangkokpix
« Reply #22 on: May 24, 2008, 02:14:10 PM »
raveepat Offline
etc F/2

View Profile WWW Email
*

etc skills 5
Posts: 34



The Photograph That Set New Standard of News Photography

"Napalm Girl"
Huynh Cong Ut , 1972

Huynh Cong Ut  หรือ Nick Ut ช่างภาพแนว Photojournalism จาก AP
บันทึกภาพการทิ้งระเบิดนาปาล์ม ลงหมู่บ้าน Trang Bang โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศเวียดนาม
ในวันที่ 8 มิถุนายน 1972 เนื่องจากสงสัยว่าจะมีกองกำลังเวียดกง ซุ่มซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน

Kim Phuc อายุ 9 ขวบ วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านมาตามถนน ในสภาพไม่มีทั้งเสื้อผ้า และเสียขวัญสุดขีด
มาพร้อมกับพี่ชายอายุ 12 ปี ทางซ้ายสุดของภาพ น้องชายอายุห้าขวบที่วิ่งไป พร้อมกันเหลียวมองไปที่หมู่บ้าน
และลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่จูงมือกันวิ่งมาด้วย


" ...บรรณาธิการ AP ไม่ยอมให้ตีพิมพ์รูปของ Kim Phuc ที่กำลังวิ่งไปบนถนน โดยไม่ใส่เสื้อผ้า
เพราะเป็นภาพที่เห็นด้านหน้าชัดเจน และนโยบายของ AP ในยุคนั้นจะไม่ตีพิมพ์ภาพเปลือย ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ และเพศใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพด้านหน้า โดยไม่มีข้อยกเว้น
...การโต้เถียงผ่าน Telex อย่างดุเดือดกับสำนักงานใหญ่ของ AP ที่นิวยอร์ค ให้ยกเว้นกฎระเบียบ
โดยมีข้อตกลงกันว่า จะต้องไม่มีภาพถ่ายใกล้ ของเธอ เผยแพร่ออกไป
Hal Buell บรรณาธิการภาพของ The New York ที่จะนำภาพไปตีพิมพ์ เห็นด้วยว่า
คุณค่าของภาพข่าวนี้ มีเหนือกว่า แนวทางปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับภาพเปลือย"

...Nick Ut...

ภาพนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปีนั้น


ครับ เท่าที่ผมเรียนมาภาพนี้ถูกจัดขึ้นมาครับ  และมาจับผิดได้ในตอนหลัง
ซึ่งภาพจริง เด็กคนดังกล่าวไม่ได้ถอดเสื้อผ้า และไม่ได้วิ่งขนาดนี้
ช่างภาพเห็นดังนั้นจึงเห็นว่าไม่น่าตื่นตาเพียงพอจึงให้เด็กคนนี้ถอดเสื้อผ้าและวิ่ง เพื่อถ่ายภาพ 
ก็เหมือนการจัดเอาลิเกมาถ่ายกะวัดในสมัยนี้แหละคับ แล้วไปขายตามสวนลุม
Logged
« Reply #23 on: May 26, 2008, 03:04:04 PM »
snok Offline
etc F/3.5

View Profile WWW Email
**

etc skills 15
Gender: Male
Posts: 189

supachok_sk@hotmail.com

 h12 h12
Logged
« Reply #24 on: May 26, 2008, 03:06:07 PM »
bankuman Offline
etc ModZ
etc F/22

View Profile
*****

 
etc skills 78
Gender: Male
Posts: 5987

bankuman's Portfolio

The Photograph That Set New Standard of News Photography

"Napalm Girl"
Huynh Cong Ut , 1972

Huynh Cong Ut  หรือ Nick Ut ช่างภาพแนว Photojournalism จาก AP
บันทึกภาพการทิ้งระเบิดนาปาล์ม ลงหมู่บ้าน Trang Bang โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศเวียดนาม
ในวันที่ 8 มิถุนายน 1972 เนื่องจากสงสัยว่าจะมีกองกำลังเวียดกง ซุ่มซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน

Kim Phuc อายุ 9 ขวบ วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านมาตามถนน ในสภาพไม่มีทั้งเสื้อผ้า และเสียขวัญสุดขีด
มาพร้อมกับพี่ชายอายุ 12 ปี ทางซ้ายสุดของภาพ น้องชายอายุห้าขวบที่วิ่งไป พร้อมกันเหลียวมองไปที่หมู่บ้าน
และลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่จูงมือกันวิ่งมาด้วย


" ...บรรณาธิการ AP ไม่ยอมให้ตีพิมพ์รูปของ Kim Phuc ที่กำลังวิ่งไปบนถนน โดยไม่ใส่เสื้อผ้า
เพราะเป็นภาพที่เห็นด้านหน้าชัดเจน และนโยบายของ AP ในยุคนั้นจะไม่ตีพิมพ์ภาพเปลือย ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ และเพศใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพด้านหน้า โดยไม่มีข้อยกเว้น
...การโต้เถียงผ่าน Telex อย่างดุเดือดกับสำนักงานใหญ่ของ AP ที่นิวยอร์ค ให้ยกเว้นกฎระเบียบ
โดยมีข้อตกลงกันว่า จะต้องไม่มีภาพถ่ายใกล้ ของเธอ เผยแพร่ออกไป
Hal Buell บรรณาธิการภาพของ The New York ที่จะนำภาพไปตีพิมพ์ เห็นด้วยว่า
คุณค่าของภาพข่าวนี้ มีเหนือกว่า แนวทางปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับภาพเปลือย"

...Nick Ut...

ภาพนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปีนั้น


ครับ เท่าที่ผมเรียนมาภาพนี้ถูกจัดขึ้นมาครับ  และมาจับผิดได้ในตอนหลัง
ซึ่งภาพจริง เด็กคนดังกล่าวไม่ได้ถอดเสื้อผ้า และไม่ได้วิ่งขนาดนี้
ช่างภาพเห็นดังนั้นจึงเห็นว่าไม่น่าตื่นตาเพียงพอจึงให้เด็กคนนี้ถอดเสื้อผ้าและวิ่ง เพื่อถ่ายภาพ 
ก็เหมือนการจัดเอาลิเกมาถ่ายกะวัดในสมัยนี้แหละคับ แล้วไปขายตามสวนลุม

h12 h12 h12

จริงหรือครับ
Logged

i f   y o u   a r e   p a t i e n t . . . . . . .   a n d   w a i t   l o n g   e n o u g h . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .   n o t h i n g   w i l l   h a p p e n !
« Reply #25 on: June 02, 2008, 04:36:50 PM »
morningglory Offline
etc F/5.6

View Profile Email
***

etc skills 26
Gender: Male
Posts: 408

jonny_badz@hotmail.com

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

ภาพที่เบลอและหลุดโฟกัสของ robert capa นี่ทำเอาผมขนลุกเลยพอรู้ถึงที่มาของภาพ ประทับใจจิงๆครับ
Logged

« Reply #26 on: September 12, 2008, 04:32:32 PM »
laemkrub Offline
etc F/3.5

View Profile WWW Email
**

etc skills 13
Posts: 118



แต่ละภาพสุดยอดทั้งนั้น เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไปแล้ว แต่คิดว่าขาดไปอีกสองรูปครับ
- รูปปักธงที่อิโวจิมาสงครามโลกครั้งที่สอง
- ภาพโลกที่ถ่ายจากดวงจันทร์ "earthrise"
Logged

้http://laemkrub.multiply.com
Pages: [1]   Go Up
Print
Jump to:  

? 2006 etcFOTO.com
blackTed Skin ? 2006 HobbyBag Group (hbSkins) | Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Page created in 0.115 seconds with 20 queries.