
แล้วก็มาถึงปัญหาที่ยากกว่านั่นคือ เราจะเอาเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ในการถ่ายภาพมารวมกัน
ได้อย่างไร
ผมพบว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการทำให้เทคนิคที่ใช้ในการถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพื่อว่าเราจะได้ไม่ต้อง
อาศัยสมองด้าน เทคนิคขณะถ่ายภาพมากนัก ผมขอเสนอวิธีการดังนี้
1. อย่าพูดคุยขณะถ่ายภาพ ถ้าเป็นไปได้ให้ออกถ่ายภาพคนเดียวตามลำพัง
2. มองฉากหลังของภาพให้เป็นรูปร่างที่อยู่รอบๆซับเจ็ค และให้ความสนใจกับรูปร่างของเงาใน
ภาพเป็นพิเศษ สมองด้านเทคนิคจะเบื่อกับการมองเช่นนี้
3. อย่าคิดในขณะถ่ายภาพ ปล่อยให้จิตใจของคุณว่างเปล่าและซึมซับกับซับเจ็คของคุณให้มากที่สุด
4. และเพราะว่าสมองด้านสร้างสรรค์ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกซ้าย ฉะนั้นพยายามถือ
กล้องหรือสายลั่นชัตเตอร์ด้วยมือซ้าย
5. สมองด้านเทคนิคจะรู้สึกสับสนกับภาพสะท้อน เช่นภาพสะท้อนผิวน้ำหรือสะท้อนกระจก
เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ใช้ภาพสะท้อนเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

6. ฝึกทำสมาธิเพื่อทำให้จิตใจสงบและทำให้จิตใจแน่วแน่ไม่วอกแวกง่าย
7. พยายามศึกษาและชมภาพวาดหรือภาพถ่ายของศิลปินที่คุณชื่นชอบหรือที่มีชื่อเสียง
8. ต้องมีความอดทน ในขณะที่คุณขับรถหรือนั่งในรถคุณจะพลาดภาพที่ดีไปมาก แต่ถ้าคุณเดินคุณจะมี
โอกาสพบภาพที่ดีมากกว่า
9. พยายามฝึกฝนเรื่องทางด้านเทคนิคต่างๆให้คุณคุ้นเคยกับมันจนกระทั่งสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว
ทำทุกอย่างด้วยวิธีการเดียวกันตามลำดับขั้นตอนที่แน่นอน และฝึกจนคุณสามารถทำมันได้โดยไม่ต้องใช้ความคิด
ตัวอย่าง เช่น ผมจะวัดแสง,ขึ้นชัตเตอร์, ตั้งค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์, ใส่โฮลเดอร์ฟิล์ม, ดึงแผ่นสไลด์กั้น
แสงออก, กดชัตเตอร์, ใส่แผ่นสไลด์กลับที่เดิม ทำเช่นนี้ทุกครั้งจนกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้
ความ คิดสร้างสรรค์คุณก็จะจดจ่ออยู่กับมันมากกว่าที่จะมัวคิดเรื่องวิธีการใช้อุปกรณ์
10. ใช้กล้องวิวถ่ายภาพ การมองเห็นภาพหัวกลับนั้นช่วยคุณได้จริงๆ เพราะมันจะทำให้สมองด้านเทคนิค
ทำงานได้ไม่ดี (Ansel Adams เคยกล่าวถึงข้อดีข้อนี้ของกล้องวิวด้วย และHenry Cartier-Bresson ได้ใช้ปริซึม
ติด เพิ่มเข้าไปในกล้อง35mm เพื่อจะได้มองเป็นภาพหัวกลับ)
11. ถ่ายภาพให้ช้าลง ทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้สมองด้านสร้างสรรค์ทำงานได้ดีขึ้น มองภาพที่คุณจะถ่าย
ในรูปของโทนภาพ(Tone) รูปร่าง(Shape) ที่ว่าง(Space)

12. ปล่อยให้สมองด้านสร้างสรรค์ทำงานจนกระทั่งรู้สึกว่าภาพนั้นจัดองค์ประกอบดีแล้ว ตัวคุณจะรู้เองว่า
ภาพนั้นดีพอหรือยัง และความเร้นลับก็จะเกิดขึ้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมาบรรจบกันทั้งทางด้านโทนภาพ ที่ว่าง และ
ความสมดุลย์ มันเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณมากกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นภาษาได้
13. หลังจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เปลี่ยนมาใช้สมองด้านเทคนิคชั่วคราว วัดแสง, ขึ้นชัตเตอร์, ตั้งค่ารูรับแสง
และความเร็วชัตเตอร์, ใส่โฮลเดอร์ฟิล์ม, ดึงแผ่นสไลด์กั้นแสงออก, กดชัตเตอร์
สำหรับผู้ใช้กล้อง 35mm น่าจะสังเกตเอาไว้ว่า เดี๋ยวนี้บรรดามืออาชีพหันมาใช้กล้องที่มีระบบบันทึกภาพ
แบบอัตโนมัติมากขึ้น เพราะทำให้เขาไม่จำเป็นต้องคิดมากเรื่องค่าแสง เขาปล่อยให้กล้องจัดการกับเรื่องเทคนิค
ต่างๆเพื่อตัวเองจะได้มีเวลาสนใจกับภาพมากขึ้น
ผมเชื่อเหลือเกินว่า การทำให้สมองซีกขวาใช้งานได้ดีขึ้นจะเป็นการเปิดมิติใหม่ๆในการถ่ายภาพของคุณ
และถ้าคุณโชคดีและมีพรสวรรค์เพียงพอ ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างจิตใจ ความรู้สึก
ประสบการณ์ และความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณให้ปรากฏออกมาในภาพถ่ายด้วย และผมหวังว่าข้อมูล
เหล่านี้คงจะมีประโยชน์สำหรับคุณ

...............................................................................
เรียบเรียงจาก
1. "Zen And The Art Of Seeing" โดย Roy Bishop, นิตยสาร Photographic ฉบับ September 1992
2. "Drawing On The Right Side Of The Brain" โดย Bruce Barlow, Zone VI Newsletter No.48...............................................................................
บทความเรื่องศิลปะการมองภาพแบบเซน โดย คนกรุงเก่า http://www.thailandoutdoor.com/Photography/Zen/zen.html
จากเวบไซท์ http://www.thailandoutdoor.com/ลิงก์ภาพประกอบจาก Black and White Spider Awards