ปกติเมื่อเราพูดถึงคำว่า portrait หรือการถ่ายภาพบุคคล เรามักจะนึกไปถึงภาพสาวๆ มาโพสท่า แอ่นหน้าแอ่นหลัง น่ารักน่าหยิก แต่แท้จริงแล้ว มันเป็นภาพ portrait จริงหรือเปล่า? (ผมเรียกว่า Fashion Portrait มากกว่านะ) มาดูความคิดจากช่างภาพของ NG กัน
อะไรทำให้ได้ภาพพอเทรทที่ดี?Leah Bendavid-Val: คำถามที่ว่า อะไรที่ทำให้ภาพบุคคลภาพหนึ่งเป็นภาพที่ดี นั้นเป็นคำถามที่ยากต่อการตอบเป็นอย่างมาก หรืออาจจะถึงขั้นไม่สามารถตอบได้เลยทีเดียว
ทุกๆ คนที่ทำงานกับ In Focus ถามคำถามที่พื้นฐานยิ่งกว่านี้อีก นั่นคือ อะไรคือภาพ portrait?
ช่างภาพของ National Geographic ได้ถ่ายภาพบุคคลนับหมื่นนับแสนภาพ ภาพจำนวนมากนั้นน่าทึ่ง แต่ว่าพวกมันเป็นภาพ portrait ที่แท้จริงหรือ?
หนังสือของเราหยิบประเด็นนี้มาวิเคราะห์ในหลายๆ ด้าน และเราหวังว่าผู้อ่านของเราจะเล็งเห็นว่าหนังสือของเราไม่เพียงแต่จะให้ความบันเทิง แต่ยังกระตุ้นแนวความคิดอีกด้วย
Chris Johns: ภาพ portrait ที่ยิ่งใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างช่างภาพกับตัวแบบ ความสัมพันธ์ที่ช่างภาพและตัวแบบสร้างขึ้นมานั้นจะถูกถ่ายทอดไปยังบุคคลที่ชมภาพถ่ายในภายหลัง คราวนี้ คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์นั้นดีที่สุด มันคือตอนที่ภาพถ่ายผ่านทะลุสายตาเข้าไปถึงจิตใจของคุณนั่นเอง
ในฐานะ บก. คุณมองหาอะไรในภาพ portrait
Bendavid-Val: สิ่งแรกที่ผมมองก็คือภาพถ่ายนั้นมีอิทธิพลหรือไม่ ถ้ามันไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของผู้รับชมได้ ถ้าผู้รับชมไม่รู้สึกผูกพันกับตัวแบบในภาพทางใดทางหนึ่ง ภาพนั้นก็ไม่มีความหมาย
ช่างภาพจำนวนมากสามารถสร้างสรรค์ภาพได้สมบูรณ์ในเชิงเทคนิค แต่ว่ากลับไม่มีความหมายทางด้านอารมณ์หรือศิลป์ในภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะได้มา ภาพเหล่านั้นก็จะไม่น่าจดจำแต่อย่างใด ในบางครั้งภาพที่ถ่ายมาผิดๆ ในเชิงเทคนิคกลับมีอารมณ์ในภาพอย่างมากจนกระทั่งความผิดพลาดเชิงเทคนิคถูกลืมเสียหมดสิ้น
Johns: ผมมองหาภาพที่มีความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง มีเรื่องราวที่ดำเนินไป ลึกซึ้ง แต่ก็มีแรงดึงดูดทางอารมณ์สูง มันเป็นภาพที่อยู่เหนือกาลเวลาและสถานที่ และจะคงอยู่ตลอดไป
ภาพที่จะสั่นไหวผู้คน ภาพที่จะดึงดูดผู้คน ทำให้พวกเขาสนใจ และช่วยให้พวกเขาเข้าใจ และถ้ามันทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี มันก็อาจจะคงอยู่ตลอดไป และเป็นคำบ่งบอกอันสำคัญเกี่ยวกับมนุษยธรรมแก่ชนรุ่นหลัง แต่ภาพเหล่านี้ไม่ได้ได้มาอย่างง่ายๆ มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากทั้งจากช่างภาพและกองบรรณาธิการ ในการแก้ไขภาพเหล่านี้
คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับช่างภาพที่สนใจงานด้านนี้หรือไม่?
Bendavid-Val: สำหรับช่างภาพที่สนใจ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ผมแนะนำให้ถ่ายภาพสิ่งที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณรัก และก็ถ่ายภาพสิ่งเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ดูภาพของคนอื่นๆ และวคิดว่าคุณต้องการจะทำอะไรกับภาพของคุณ อย่าปิดกั้นวิสัยทัศน์ของตัวเอง และก็ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ
Johns: สิ่งแรกที่ผมจะพูดก็คือ ถ่ายภาพเยอะๆ ถ่ายให้มากและมากขึ้นไปอีก จากนั้นก็ดูภาพเหล่านั้นอย่างละเอียดละออ และเมื่อคุณดูมันอย่างละเอียดและวิจารณ์ภาพแล้ว ร
วมไปถึงมีเพื่อนที่เชื่อใจได้ หรือเพื่อนร่วมงานที่จะดูภาพของคุณและซื่อสัตย์เกี่ยวกับภาพของคุณ คุณก็จะเริ่มเปิดตัวเองออกมา
ภาพที่ดีที่สุดนั้นกลั่นมาจากหัวใจ ดังนั้นเมื่อคุณวิจารณ์เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น มันเป็นการยากที่จะรับ แต่มันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณเติบโต
ผมยังอยากบอกอีกว่า ช่างภาพจำเป็นต้องมีกองนิตยสารหรือกองหนังสือขนาดใหญ่ที่พวกเขาชอบ พาตัวคุณเข้าไปยังประวัติศาสตร์ของช่างภาพระดับโลก
เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะสร้างวิสัยทัศน์ของคุณขึ้นมาเอง และหวังว่าคุณจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสรรค์สร้างงานเฉกเช่นเดียวกับช่างภาพผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นที่ปูพื้นวงการถ่ายภาพไว้
มีทิปอะไรดีๆ ที่คุณบอกได้ไหม เกี่ยวกับการเป็นช่างภาพของ NG?
Johns: อดทน อดทนกับตัวแบบของคุณและอดทนกับตัวเอง ทางหนึ่งที่จะทำให้คุณอดทนได้คือผ่านทางการกระทำ ถ้าคุณคิดจริงจังกับสิ่งที่คุณถ่ายภาพและมันเป็นความจริง คุณก็กำลังพัฒนาตัวเองขึ้นไปทุกๆ วัน
สิ่งหนึ่งที่รวมเข้าไปอยู่ในนั้นคือความตื๊อ คุณต้องไม่ยอมแพ้ แม้ในวันที่แย่ขนาดไหน คุณต้องไม่ยอมแพ้ที่จะถ่ายภาพยอดเยี่มเพราะว่ามันมีปัญหา คุณต้องยึดกับมันและปฏิบัติไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง คุณต้องเป็นเสือโหยอยู่เสมอ คุณต้องไม่พอใจผลงานของตัวเอง
ทำไม NG ถึงตัดสินใจจัดทำหนังสือเกี่ยวกับภาพ portrait โดยเฉพาะ?
Johns: ภาพ portrait สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อ่านของเรา ผู้คนสามารถดูภาพแล้วคิดว่า “พระเจ้า ฉันรับรู้ได้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าต้องไปอยู่ในที่แบบนั้น” ภาพ portrait เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารกับผู้อ่านของเรา
ภาพ portrait แตกต่างกับภาพถ่ายแบบอื่นๆ อย่างไร?
Johns: ภาพถ่ายที่ดี ไม่ว่าจะเป็น landscape, ภาพสัตว์ป่า หรือภาพถ่ายทางวิทยาศาสตร์ นั้นเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งนั้น ถ้าคุณมีความผูกพันธ์และความปรารถนาที่จะสื่อเกี่ยวกับวิวทิวทัศน์หรือสัตว์ป่า บางทีมันอาจจะเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธ์ และคุณตระหนักว่ามันจะต้องหายไปจากโลกนี้แน่ๆ ถ้าเราไม่ทำอะไร หรือมันอาจจะเป็นความต้องการที่จะสื่อว่าสัตว์นี้เป็นอย่างไรกันแน่ ไม่ใช่แค่ว่ามันหน้าตาอย่างไร
ผมต้องการดูภาพที่ไม่ได้แสดงให้ผมเห็นแค่ว่าบางสิ่งมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่แสดงให้ผมเห็นว่ามันรู้สึกอย่างไรที่ต้องเป็นสัตว์ตัวนั้น หรือคนๆ นั้น แสดงให้ผมเห็นว่าคุณเห็นอะไร แสดงให้ผมเห็นว่าคุณรู้สึกอย่างไร และบอกความจริงเสมอ มันมีกฏเหล็กสามข้อที่เราใช้เมื่อเราส่งภาพออกไป
ทุกสิ่งที่รวมกันขึ้นมา ทุกสิ่งที่เพิ่มอารมณ์จนถึงจุดๆ หนึ่ง โดยภาพ portrait หนึ่งภาพ เพราะว่าภาพ portrait นั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลอย่างแท้จริง ดวงตาของมนุษย์นั้นเป็นหน้าต่างที่จะเข้าถึงสู่บุคคลนั้นๆ และมันก็มีบางอย่างเกี่ยวกับดวงตา และสายตาที่มองมา มันจะมีช่องให้เข้าไปเมื่อคนๆ นั้นเปิดใจตัวเองให้แก่ช่างภาพได้ทำการเก็บภาพ portrait
ช่างภาพบางคนนั้นเก่งมากในการผ่อนคลายผู้คน และสาเหตุหลักก็มาจากความจริงใจ คุณไม่ได้ออกไปตรงนั้นเพื่อจะสร้างภาพที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวมันเอง คุณออกไปตรงนั้นเพื่อที่จะสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นๆ และรู้จักกับคนๆ นั้น และถ้ามีภาพที่ออกมาจากตรงนั้น มันก็ยอดเยี่ยม
ผมยอมรับว่าภาพที่ดีสุดๆ นั้นถูกสร้างมาจากสิ่งนั้นเสมอ มันใช่ที่ช่างภาพพูดว่า นี่คือตัวบุคคล นี่คือวัตถุสำหรับผมที่จะสร้างภาพเจ๋งๆ เปล่าเลย มันกลับกันต่างหาก นี่คือคนที่ผมรู้สึกสนใจอย่างยิ่ง ที่ผมต้องการแบ่งปันความรู้สึกที่ผมมีต่อบุคคลนี้ หน้าตาของบุคคลนี้ ที่ผมต้องการแบ่งปันกับคนนับล้านทั่วโลก
และถ้าคุณเข้าถึงมันได้แบบนั้นและอย่างเป็นธรรมชาติ คุณก็จะสื่อใจได้กับตัวแบบและคุณก็จะสื่อได้กับผู้ชม และทำให้มันเป็นภาพ portrait ที่น่าจดจำ
ตัวอย่างภาพ portrait ในเว็บของ National Geographic
ภาพนี้คือตอนที่เกอิชากำลังพักหลังจากที่นั่งแต่งหน้ามาเป็นเวลานาน

เด็กคนนี้กำลังทำมือบอกอายุของเค้าเพื่อตอบช่างภาพ

ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อวันชาติของไต้หวัน คนในภาพคือ ซุน ยัต เซน

ภาพของเด็กที่กำลังเสียใจเพราะฝูงแกะของเค้าโดนคนขับแท๊กซี่ชนแล้วหนีไป

ข้อมูลอ้างอิง
http://blog.hydrocarbon101.com/?p=9http://photoclub.thaiadmin.net/forums/index.php?topic=369.0แปลจาก
http://news.nationalgeographic.com/news/2004/11/1104_041104_in_focus_2.html